
กกพ. พบปัญหาการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนบางโครงการสูงถึง 11 บาทต่อหน่วย ขณะที่ต้นทุนปัจจุบันอยู่ที่ 2.15 บาท ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 13-17 สตางค์ต่อหน่วย
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติ โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กกพ. ได้มีมติพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (NESDC) ที่มีมติเกี่ยวกับการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าที่รับซื้อจากเอกชนในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กที่สุด (VSPP) ประเภท Non-Firm (สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบไม่บังคับปริมาณซื้อขาย) หรือ FiT ในรูปแบบ Adder (อัตราส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุนเพิ่มเติม) และ FiT ซึ่งมีราคาแพงกว่าต้นทุนที่แท้จริง บางโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สูงถึงหน่วยละ 11 บาท ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันราคาต้นทุนอยู่ที่ 2.15 บาท และหลายสัญญารับซื้อไฟฟ้าไม่มีการกำหนดวันหมดอายุ ทำให้ประชาชนแบกภาระค่าไฟฟ้าเกินต้นทุน ที่แท้จริง หน่วยละ 13-17 สตางค์
ที่ประชุมจึงมีมติให้ทบทวนราคารับซื้อไฟฟ้าดังต่อไปนี้ กรณียังไม่ลงนามในสัญญาให้เจรจายกเลิกการลงนามในสัญญา หรือกรณีที่ต้องลงนามในสัญญาให้เจรจากำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ให้รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 2.15 บาทต่อหน่วย และพลังงานลม 2.90 บาทต่อหน่วย หรืออัตราที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ไฟฟ้า และกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดสัญญาเมื่อครบระยะเวลา 20-25 ปี กรณีลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ให้เจรจายกเลิกสัญญา หรือกรณีไม่สามารถพิจารณายกเลิกสัญญาได้ ให้ COD ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา หากเกินระยะเวลาที่กำหนด ให้ดำเนินการยกเลิกสัญญา
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กกพ. เป็นผู้เสนอความเห็นต่อ กพช. เมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อขอให้ทบทวนนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าในกลุ่ม Adder และ FiT ซึ่งไม่มีวันสิ้นสุดสัญญา เนื่องจากตรวจพบว่า ต้นทุนการรับซื้อไฟฟ้าในกลุ่มนี้มีอัตราสูงกว่าต้นทุนในปัจจุบันเป็นอันมาก ไม่สอดคล้องกับมาตรา 65 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ที่กำหนดให้ กกพ. พิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าโดยคำนึงต้นทุนที่แท้จริง
“เมื่อต้นทุนรับซื้อแพงย่อมเป็นเหตุให้ราคาค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนแพงตามไปด้วย สร้างภาระให้กับประชาชนโดยไม่จำเป็น แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานดำเนินการแก้ปัญหา จนได้ข้อสรุปดังกล่าว ลำดับต่อไปต้องเสนอให้ กพช. พิจารณาและมีมติเพื่อกำหนดให้เป็นนโยบายของรัฐ และมอบให้ กกพ. รับไปดำเนินการกำกับอัตราค่าไฟฟ้าให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าวต่อไป”