ระทึกผ่าตัดใหญ่ภาษีสรรพสามิตรถอีวี อีก 1-2 สัปดาห์ได้ข้อสรุป

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ระทึกผ่าตัดใหญ่ภาษีสรรพสามิตรถอีวี อีก 1-2 สัปดาห์ได้ข้อสรุป

Date Time: 8 ต.ค. 2569 10:35 น.

Video

NVIDIA ชิปไม่ใช่โปรดักส์แต่คือ Token | Digital Frontiers

“Summary“

“คลัง” ได้ข้อสรุปผ่าตัดใหญ่ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ลุ้นเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ในอีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางภาษีและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม จ่อฟันภาษีสูงสุดสกัดรถนำเข้าสำเร็จรูป แก้เกมต้นทุนผลิตในไทยสู้ไม่ได้ พร้อมงัดมาตรการคุมโควตานำเข้าผูกยอดใช้ชิ้นส่วนในประเทศบีบค่ายรถลงทุน หวังดันไทยผงาดฮับส่งออกอีวีโลก


Latest


นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ามาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างยุทธศาสตร์การลงทุนครั้งใหญ่ โดยเตรียมสรุปอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางภาษีและช่วยเหลือนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโลก ซึ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและเสียเปรียบด้านอัตราภาษีศุลกากรที่ไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น เป้าหมายหลักคือการสร้างสภาวะการแข่งขันที่เป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนทุกกลุ่ม

“อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ถัดไป”

ส่วนกรณีกรมสรรพากรได้เปิดรับฟังความคิดเห็นภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ (Departure Tax) นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศ และส่งเสริมให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศตามแนวคิดไทยเที่ยวไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการยกเลิกสิทธิ์ยกเว้นการตรวจลงตรา 60 วัน (Visa Exemption) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานความมั่นคงได้ทบทวนมาตรการเพื่อให้เป็นไปตามกฎกติกาและรักษาความมั่นคง ขณะที่มาตรการรองรับนักธุรกิจนั้น รัฐบาลได้สั่งการไปยังสถานทูตไทยทั่วโลกให้อำนวยความสะดวกในการออก Business Visa สำหรับนักธุรกิจที่จะเดินทางมาทำงานระยะสั้นหรืองานด่วน

“ยืนยันว่าการปรับขั้นตอนให้ง่ายขึ้นจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศแต่อย่างใด”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 6 ต.ค. 2569 ได้รับทราบมติคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ในการเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ครั้งใหญ่ โดยพุ่งเป้าไปที่การสกัดกั้นรถยนต์นำเข้าและบีบให้ค่ายรถยนต์ต้องลงทุนตั้งสายการผลิตในประเทศไทย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแม้รัฐบาลจะพยายามออกมาตรการส่งเสริมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการ EV 3.0 / EV 3.5 ตลอดจนการสนับสนุนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) และรถยนต์ไฟฟ้าไมลด์ไฮบริด (MHEV) แต่ข้อมูลล่าสุดจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ม.ค.-ก.ค. 2569) กลับพบว่า แม้ยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) จะครองส่วนแบ่งตลาดถึง 30.88% แต่กลับเป็นการนำเข้ารถยนต์สูงถึง 63% แม้จะสิ้นสุดระยะเวลาของมาตรการอุดหนุนนำเข้าแล้วก็ตาม เนื่องจากต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เพิ่งตั้งไข่ยังคงสูงกว่าต้นทุนการนำเข้า ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อการผลิตยานยนต์ภายในประเทศ

ดังนั้น ครม. จึงมอบหมายให้กรมสรรพสามิตเร่งพิจารณาจัดทำโครงสร้างภาษีใหม่เพื่อนำเสนอให้ความเห็นชอบอีกครั้ง โดยแบ่งการจัดเก็บออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. รถนำเข้าจากต่างประเทศแบบทั้งคันที่ยังไม่สามารถผลิตในไทยได้ จะถูกเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราสูงสุดกว่าปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นกำแพงภาษีดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในระยะต่อไป 2. รถนำเข้าโดยค่ายรถที่มีโรงงานในไทยแล้ว จะใช้วิธีจำกัดปริมาณโควตานำเข้าสำหรับการทดลองตลาด โดยผูกเงื่อนไขโควตากับมูลค่าการลงทุนในรอบปีก่อนหน้า เช่น สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Thai Local Content) และมูลค่าการจ้างงาน และ 3. รถประหยัดพลังงานที่ผลิตในประเทศ แม้จะมีการใช้ Local Content หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Parts) ในระดับปานกลาง ก็จะเสียภาษีในอัตราต่ำสุดลดหลั่นลงมา เพื่อสนับสนุนกลุ่มผลิตน้อยอย่างกลุ่มพรีเมียม ให้มีศักยภาพพัฒนาไปสู่การใช้ชิ้นส่วนเทคโนโลยีสูงได้ในอนาคต

ทั้งนี้ การรื้อโครงสร้างภาษีแบบยกแผงครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้ 3 เป้าหมายหลัก คือ 1. อนุญาตให้นำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุน (Investment-Driven Import) โดยใช้รถนำเข้าเป็นเพียงต้นแบบเพื่อศึกษาและนำไปสู่การผลิตจริง 2. ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางส่งออกยานยนต์ (Regional Export Hub) ในสเกลระดับโลก และ 3. บังคับให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content) เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตไทย รักษาอัตราการจ้างงาน และยกระดับฝีมือแรงงานให้พร้อมรับมืออุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ




Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ