Infineon ปักหมุดไทย ทุ่มแล้ว 4.8 หมื่นล้านตั้งโรงงาน Backend แห่งแรกในไทย ดันสู่ฮับเซมิคอนดักเตอร์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Infineon ปักหมุดไทย ทุ่มแล้ว 4.8 หมื่นล้านตั้งโรงงาน Backend แห่งแรกในไทย ดันสู่ฮับเซมิคอนดักเตอร์

Date Time: 1 ต.ค. 2569 18:47 น.

Video

ทำไม Stablecoin ถึงเป็นธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในโลกการเงิน | Digital Frontiers EP.76

“Summary“

Infineon เปิดโรงงานผลิตชิปแห่งแรกในไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ เน้นกระบวนการผลิตขั้นปลาย (Backend) ครบวงจร ทั้งการประกอบ ทดสอบ และบรรจุภัณฑ์

  • มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 48,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ไปแล้วกว่า 38,000 ล้านบาท
  • โรงงานแห่งนี้มุ่งเน้นการผลิตชิปควบคุมพลังงาน (Power Module) และเซนเซอร์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด
  • ตั้งเป้าพัฒนาสู่การเป็นโรงงานอัตโนมัติ (Automation Factory) ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท โดยเน้นจ้างงานวิศวกรและช่างเทคนิคกว่า 80% ของพนักงานทั้งหมด
  • สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติของไทย คาดว่าจะสร้างการจ้างงานรวมกว่า 1,400 อัตราเมื่อโรงงานดำเนินการเต็มรูปแบบ

Latest


Infineon Technologies (อินฟินีออน) บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลกจากเยอรมนี เปิดโรงงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม ซึ่งนับเป็นโรงงานผลิตชิปแห่งแรกของ Infineon ในประเทศไทย

โรงงานแห่งใหม่นี้จะเป็นฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลาย หรือ Backend Manufacturing Site ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และจะเป็นอีก 1 ใน 13 ฐานการผลิตสำคัญของ Infineon ที่มีกระจายอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก

ในพื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตรนี้ Infineon ได้วางโรงงานใหม่นี้เป็นฐานการผลิตในกระบวนการ Backend แบบครบวงจรตั้งแต่การนำแผ่นเวเฟอร์ที่ผ่านกระบวนการ Frontend (การผลิตขั้นต้น) มาแล้วจากศูนย์กลางของ Infineon และพาร์ทเนอร์จากหลายแห่งทั่วโลก มาประกอบ ทดสอบ งานบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนแปรรูปให้เป็นเซมิคอนดักเตอร์สำเร็จรูปในขั้นตอนสุดท้าย

ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า โรงงานแห่งนี้มีมูลค่าเงินลงทุนกว่า 48,000 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตระบบชิปควบคุมพลังงาน (Power Module) การทดสอบวงจรรวม (IC) และเวเฟอร์ (Wafer) รวมถึงการวิจัย ซึ่งตามข้อมูลจากทาง Infineon บริษัทระบุว่า ปัจจุบันนี้ ลงทุนในกระบวนการสร้าง ลงเครื่องจักรอุปกรณ์ในโรงงานแห่งนี้ไปแล้วกว่า 100 ล้านยูโร (กว่า 38,000 ล้านบาท)

Alexander Gorski ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หรือ COO ของ Infineon
Alexander Gorski ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หรือ COO ของ Infineon

ซึ่งในอนาคต Infineon ตั้งเป้าจะขยายฐานการผลิต เพิ่มศักยภาพให้โรงงานแห่งนี้ วาดให้ขึ้นแท่นเป็นฐานการผลิต Backend ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเลยทีเดียว Alexander Gorski ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หรือ COO ของ Infineon ระบุว่า “โรงงานแห่งใหม่แห่งนี้จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่น ความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และความพร้อมสำหรับอนาคต ให้กับเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของ Infineon” 

Infineon คือใคร?

Infineon Technologies เป็นบริษัทผู้ผลิตชิปที่เรียกได้ว่าคือหนึ่งในรายใหญ่ของโลก โดยบริษัทนี้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ด้านพลังงาน (Power Semiconductor) และชิปสำหรับยานยนต์รายใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก

ผลิตภัณฑ์หลัก ๆ ของบริษัทจะประกอบไปด้วย ไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontrollers) เซนเซอร์ (Sensors) ระบบจัดการพลังงาน (Power Management Systems) และตัวควบคุมความปลอดภัย (Security Controllers) ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะนำไปใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม และอุปกรณ์ IoT

โดย Infineon เป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั้งแบบ Frontend คือการผลิตขั้นต้นที่ต้องอาศัยการนำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนมากัดลวดลายลงบนแผ่นซิลิคอนเวเฟอร์ ซึ่งต้องใช้ทั้งกระบวนการทางเคมีและฟิสิกส์ และตอนนี้ Infineon ก็กำลังขยายฐานการผลิตนี้ไปทั่วโลกเช่นกัน

หลังจากผ่านขั้นตอน Frontend แล้ว จะนำมาสู่ขั้นตอนของ Backend ซึ่งจะนำเวเฟอร์ที่ได้มาประกอบเข้าด้วยกันเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทำการทดสอบเพื่อให้พร้อมนำไปใช้งาน โดยโรงงานที่ตั้งในประเทศไทยนั้น จะดำเนินในกระบวนการนี้ โดยจะมีการนำเข้าเวเฟอร์จากศูนย์กลางของ Infineon และพาร์ทเนอร์เข้ามา ก่อนที่จะส่งผลผลิตต่อออกไปให้กับลูกค้า

ทำไมถึงเลือก “ไทย” เป็นฐาน?

ข้อได้เปรียบสำคัญของประเทศไทยคือ “การมีจุดแข็งที่โดดเด่นจากการผสมผสานระหว่าง บุคลากรที่มีศักยภาพ ขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรม และความมุ่งมั่นที่ชัดเจนต่อการพัฒนานวัตกรรม” Alexander Gorski กล่าว

การเข้ามาของ Infineon ที่ถือว่าเป็นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกในครั้งนี้ ยังสอดคล้องไปกับนโยบายของไทย ที่ต้องการจะผลักดันให้เกิด “ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ” ที่ได้มีการอนุมัติไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นแผนงานระยะยาวไปจนถึงปี 2050 เพื่อผลักดันโครงการ Made in Thailand ด้านชิป และวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของภูมิภาค

ในช่วงเปิดงาน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติมาร่วมเปิดโรงงานแห่งใหม่นี้ ซึ่งในปาฐกถาช่วงหนึ่ง นายกฯ ระบุว่า “เรา (ประเทศไทย) จะปรับโฟกัสไปยังอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความสำคัญ เช่น Power, Sensors และ Photonics ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งของ Infineon และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย”

โดยแนวทางหลักของประเทศไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่

  • การสนับสนุนด้านการลงทุน
  • การพัฒนาบุคลากร
  • เทคโนโลยี
  • โครงสร้างพื้นฐาน
  • สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่พร้อมรองรับการลงทุน

ซึ่งทาง Infineon ระบุด้วยว่า ปัจจุบันนี้บริษัทได้มีการจ้างงานในโรงงานแห่งนี้ไปแล้ว 350 อัตรา ซึ่งในอนาคตเมื่อโรงงานเสร็จสมบูรณ์คาดว่า จะช่วยให้ประเทศเกิดการจ้างงานกว่า 1,400 อัตรา 

ดันเป็นโรงงานอัตโนมัติ ฐานการผลิต Backend ที่ใหญ่ที่สุด

ทั้งนี้ อีกเป้าหมายหลักของการพัฒนาโรงงานแห่งนี้ไปจนถึงจุดที่สมบูรณ์เต็มรูปแบบนั้น Infineon ตั้งเป้าอยากให้เกิดเป็น Automation Factory เป็นฐานการผลิตยุคใหม่ที่จะแตกต่างจากฐานการผลิตเดิมที่มีอยู่ในมาเลเซีย และสิงคโปร์

Wei Khoe Lim รองประธานกรรมการอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ Infineon Thailand ระบุว่า “การปั้นให้พื้นที่แห่งนี้เป็นโรงงานอัตโนมัตินั้น นั่นหมายความว่า เรากำลังสร้างตำแหน่งงานและบทบาทที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงจำนวนมากภายในโรงงานแห่งนี้”

เขาอธิบายต่อว่า จุดเด่นของโรงงานแห่งนี้คือ หากเป็นโรงงาน Backend แบบดั้งเดิม โดยทั่วไปแล้ว สัดส่วนบุคลากรอาจประกอบด้วย พนักงานปฏิบัติการประมาณ 50% ช่างเทคนิค 30% และวิศวกร 20% แต่โรงงานแห่งนี้จะแตกต่างออกไปอย่างมาก เพราะเราจะมีช่างเทคนิคและวิศวกรรวมกันมากกว่า 80% ของบุคลากรทั้งหมด

และนอกจากจะมีการลงทุนสร้างโรงงานแล้ว Infineon ยังลงทุนในทุนมนุษย์ของประเทศไทย ผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานและภาคการศึกษา ดึงคนเก่งมาฝึกงาน ทำงาน ตลอดจนส่งไปฝึกอบรมในต่างประเทศ พร้อมกันนี้ก็ได้ช่วยดึงทาเลนต์ ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสู่ไทยด้วยอีกทาง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ฐานการผลิตแห่งนี้มีการก่อสร้างและเริ่มใช้งานเพียง 1 Module เท่านั้น แต่ทางบริษัทมีการวางแผนมาในระยะยาวแล้วว่า ในอนาคตจะขยายไปได้สูงสุดถึง 5 Modules ซึ่งจะทำให้ฐานการผลิตนี้มีศักยภาพมากขึ้น และสามารถขึ้นแท่นเป็นโรงงาน Backend ที่ใหญ่ที่สุดของ Infineon เลยทีเดียว

“สำหรับ Infineon การจัดตั้งโรงงานนี้ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในประเทศไทย โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับ การลงทุน การพัฒนาบุคลากร และการขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวต่อไป” Wei Khoe Lim กล่าวทิ้งท้าย


อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ