
ไทยเผชิญวิกฤต 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่า 3%, ความเสี่ยงทางการคลังจากการเยียวยาช่วงโควิด, ปัญหาความเหลื่อมล้ำรายได้ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า
“กับดักรายได้ปานกลาง”
หลายคนคงได้ยินคำนี้มานาน แต่ล่าสุดก็กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งเพราะกระทรวงการคลังและกกร. ออกมาพูดถึงเป้าหมายของประเทศไทยจะยกระดับสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 แน่นอนว่ารัฐบาลต้องทำอีกหลายอย่างเพื่อให้ไปถึงจุดหมายแต่ระยะสั้น แต่ประชาชนอย่างเราจะรู้ได้ยังไงว่าภาครัฐวางแผนอะไรไว้บ้าง
Thairath Money อยากชวนมาทำความเข้าใจ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14” ที่จะใช้ในปี 2571-2575 โดยแผนนี้ผ่านการคิดและกลั่นกรองมาจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เปรียบเสมือนมันสมองของประเทศ
ก่อนจะเข้าสู่แผนฉบับที่ 14 ลองมาดูว่าตอนนี้ ภาครัฐให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เล่าถึงความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเจออยู่ตั้งแต่เศรษฐกิจที่ไม่เหมือนเดิม เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ โครงสร้างประชากร และสภาพภูมิอากาศ ทั้งหมดนี้ทำให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะเรากำลังเจอกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในหลายด้านพร้อมกัน
ขณะเดียวกันมองว่าแผนฉบับ 14 นี้จะตอบคำถามสำคัญของประเทศไทยให้ได้ ตั้งแต่เราจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโตสร้างรายได้ที่ดีขึ้นให้กับประชาชนได้, การสร้างโอกาสและการเพิ่มทักษะให้คนไทยสามารถแข่งขันได้กับทั่วโลก, ภาครัฐจะทำงานได้เร็วและจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร สุดท้ายคือประเทศไทยจะรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ที่รุนแรงขึ้น ที่เกิดถี่ขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเราต้องหาทางเปลี่ยนประเทศให้ไปได้ไกลกว่าเดิม
ขณะที่ทาง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เล่าว่า สัญญาณวิกฤตที่ไทยกำลังเผชิญมี 4 เรื่องสำคัญ
1) เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากในอดีต (ก่อนปี 2540) ที่เคยโตถึง 7% และ 4% ปัจจุบันอาจเติบโตต่ำกว่า 3%
2) แม้เสถียรภาพทางการเงินโดยรวมจะแข็งแกร่งกว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ทำให้ปัจจุบันมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 2.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 2.5 เท่า แต่ความเสี่ยงกลับไปตกอยู่ที่ภาคการคลัง ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้เยียวยาในช่วงโควิด-19 เป็นจำนวนมาก
3) ปัญหา “โตกระจุก จนกระจาย” ที่ปัจจุบันกลุ่มคนส่วนมากกลับมามีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 5% ของ GDP
4) ด้านสิ่งแวดล้อม ไทยก็มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ สูงในภาคขนส่งและพลังงาน แถมยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างชาติเกือบ 10% ของ GDP เมื่อเกิดปัญหาราคาพลังงานสูงขึ้นจึงส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ
ดังนั้นเพื่อให้ไทยกลับมาเติบโตได้ ท่ามกลางปัญหาสังคมสูงวัยที่มีผู้สูงอายุกว่า 20% ของทั้งประเทศ ไทยยิ่งต้องเร่งลงทุนสร้างเครื่องจักรใหม่ทางเศรษฐกิจ ปรับใช้เทคโนโลยี ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้ามา รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงาน ทั้งหมดนี้เพื่อคว้าโอกาสให้ไทยเป็นคู่ค้าใน Supply Chain โลก นอกจากนี้ยังต้องเร่งซ่อมแซมเสถียรภาพทางการคลัง บริหารจัดการน้ำ และเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อขับเคลื่อนประเทศและตลาดทุนไทยไปข้างหน้า
ปิดท้ายกันที่ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ที่เริ่มเล่าถึง แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ต้องยอมรับว่าผลลัพธ์ในปัจจุบันยังห่างจากเป้าหมาย ทั้งรายได้ต่อหัวของคนไทยที่ยังไม่ถึง 9,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2568 อยู่ที่ 8,300 กว่าดอลลาร์สหรัฐ) การกระจายรายได้ ไปจนถึงผลิตภาพ และ Productivity สาเหตุหนึ่งเพราะเศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็นโดยเฉพาะหลังจากโควิด-19 เป็นต้นมา รวมถึงความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อที่สูงขึ้น และภัยพิบัติที่เกิดบ่อยขึ้น
ด้วยเหตุนี้ แผน 14 จึงยืนอยู่บนหลักการว่าประเทศไทยอยู่แบบเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยจังหวะที่เงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าไทย มาปรับโครงสร้างผ่าน 4 เป้าหมายหลัก เพิ่มผลิตภาพ, สร้างโอกาสกระจายรายได้, ปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง, และสร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤต
โดยมีประเด็นปฏิรูปสำคัญ 4 กลุ่ม ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลัก หรือ "TRUST" คือ Transform (ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ), Reform (ปฏิรูปภาครัฐ), Upgrade (ยกระดับคน), Sustain (บริหารจัดการทรัพยากร), และ Technology (ถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่คนไทย)
สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำนับจากนี้ คือการลงมือปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้อย่างจริงจัง ทั้งการซ่อมแซมฐานรากที่อ่อนแอ การดึงดูดเทคโนโลยีใหม่ และการปฏิรูปภาครัฐให้โปร่งใส เพื่อให้ประเทศสามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางได้ในอนาคต แต่แผนเหล่านี้จะทำได้จริงแค่ไหน ยังต้องรอติดตามกันต่อไป
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney