มธ.ชี้การค้าไทย-อังกฤษติดคอขวด

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

มธ.ชี้การค้าไทย-อังกฤษติดคอขวด

Date Time: 30 ก.ย. 2569 07:10 น.

Video

อธิบายง่ายๆ Stablecoin ทำงานยังไง ? | Digital Frontiers EP. 76

“Summary“

สินค้าส่งออกหลักของไทยอย่างไก่แปรรูปเผชิญปัญหาโควตาภาษีจำกัด ทำให้ส่วนเกินโควตาต้องเสียภาษีสูงถึง 39,000 บาทต่อตัน

  • กระบวนการอนุมัติผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ระหว่างสองประเทศใช้เวลานานถึง 4 ปี ส่วนการขึ้นทะเบียนยาในไทยใช้เวลาเฉลี่ย 300 วันทำการ
  • สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากอังกฤษที่นำเข้าไทยต้องเสียภาษีหลายชั้นรวมกันประมาณ 40% ของราคาขายปลีก
  • ผู้ประกอบการ SME ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดใหม่ของอังกฤษที่เข้มงวดขึ้น
  • ERTC เสนอให้ภาครัฐมุ่งเน้นการลดต้นทุนหลังด่าน ทั้งด้านเอกสารและระยะเวลาการอนุมัติ เพื่อให้การค้าทวิภาคีเดินหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ

Latest


ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารายงาน “การสำรวจอุปสรรคและโอกาสทางการค้าทวิภาคี ไทย-สหราชอาณาจักร” ของศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ERTC) ระบุว่า สินค้า 15 กลุ่มแรกคิดเป็น 70% ของมูลค่าการค้ารวม แต่หลายรายการยังติดข้อจำกัดด้านภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี โดยเฉพาะต้นทุนการปฏิบัติตามกฎ ระยะเวลาขออนุมัติ และการบริหารโควตา

กลุ่มอาหารเห็นปัญหาชัดเจน โดยไก่แปรรูปซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทย ได้โควตาภาษีราว 1-1.3 แสนตัน ขณะที่ความต้องการส่งออกสูงถึง 1.7 แสนตัน ทำให้ส่วนที่เกินโควตาต้องเสียภาษีสูงถึง 39,000 บาทต่อตัน ขณะที่การอนุมัติผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ระหว่างสองประเทศอาจใช้เวลานานถึง 4 ปี

ส่วนสินค้านำเข้าจากอังกฤษ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องรับภาษีหลายชั้นรวมกันราว 40% ของราคาขายปลีก ขณะที่ผลิตภัณฑ์ยาต้องใช้เวลาขึ้นทะเบียนเฉลี่ยถึง 300 วันทำการ

ด้านอุตสาหกรรม รถกระบะไทยได้รับผลกระทบจากค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในของอังกฤษที่สูงขึ้น ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง และเลนส์ ต้องปรับตัวตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดใหม่ ซึ่งเพิ่มภาระต้นทุน โดยเฉพาะเอสเอ็มอี

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่มีโอกาสเติบโต เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์ตกแต่งและดัดแปลงรถยนต์ รวมถึงสุราและคราฟต์เบียร์ไทย ซึ่งมีตลาดเฉพาะกลุ่มในอังกฤษ ขณะที่การนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากอังกฤษมายังไทยเพิ่มขึ้นกว่า 12% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ผศ.ดร.อลงกรณ์ ธนศรีธัญญากุล ผู้อำนวยการ ERTC ระบุว่า การศึกษาต้องการชี้ให้เห็นอุปสรรคทางการค้าที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ภาครัฐของทั้งสองประเทศนำไปใช้เป็นข้อมูลในการหารือและแก้ปัญหาได้ตรงจุด

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการลดภาษี แต่ต้องลด “ต้นทุนหลังด่าน” ทั้งเอกสาร มาตรฐาน โควตา และระยะเวลารออนุมัติ เพราะแม้ภาษีลดลง แต่หากผู้ประกอบการยังต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีเพื่อเข้าสู่ตลาด โอกาสทางการค้าก็ยังเดินหน้าได้ไม่เต็มที่


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ