ย้อนรอย50 ปี แฟลตคลองจั่น ผลผลิต“แก้วิกฤตที่อยู่อาศัย”ครั้งใหญ่ของประเทศ สู่บทเรียนน้ำท่วมปี 2569

Economics

Thai Economics

Tag

ย้อนรอย50 ปี แฟลตคลองจั่น ผลผลิต“แก้วิกฤตที่อยู่อาศัย”ครั้งใหญ่ของประเทศ สู่บทเรียนน้ำท่วมปี 2569

Date Time: 28 ก.ย. 2569 10:49 น.

Video

วิธีเสียภาษีหุ้นนอกน้อยที่สุด & เทคนิคโอนเงินกลับไทย กับ TaxBugnoms x TISCO | Money Issue EP.75

“Summary“

ย้อนรอย 50 ปี แฟลตคลองจั่น ผลผลิต “แก้วิกฤตที่อยู่อาศัย”ครั้งใหญ่ของประเทศ ฐานที่มั่นของหลายพันครัวเรือน สู่บทเรียนน้ำท่วมปี 2569 เมื่อบ้านราคาจับต้องได้ ต้องแบกต้นทุนแพงที่สุด

Latest


เกือบ 50 ปีก่อน “แฟลตคลองจั่น” ถือกำเนิดขึ้นในฐานะหนึ่งในคำตอบของรัฐต่อวิกฤตขาดแคลนที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับผู้คนหลายพันครอบครัวที่เข้ามาทำงานและสร้างชีวิตในกรุงเทพฯ

แต่ล่าสุด ชุมชนแนวตั้งขนาดใหญ่แห่งนี้ กลับยังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญ หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมภายในโครงการสูงกว่า 1 เมตร บางจุดสูงถึงระดับอก เปิดภาพ รถยนต์จำนวนมาก จอดเรียงราย จมจนเหลือเพียงหลังคา ขณะที่ประชาชนกว่า 4,000 ครัวเรือนถูกตัดขาด การเดินทางเข้าออกต้องพึ่งเรือหรือเดินฝ่าน้ำ และหลายอาคารประสบปัญหาน้ำประปาและไฟฟ้าหยุดให้บริการเพื่อความปลอดภัย

ภาพคนปีนขึ้นไปตักน้ำจากถังพักบนดาดฟ้า ไม่ได้สะท้อนเพียงความรุนแรงของน้ำท่วมที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น แต่บอกถึงความเปราะบางของระบบที่อยู่อาศัย เมื่ออาคารยังตั้งอยู่ ห้องพักชั้นบนยังรอด แต่ระบบน้ำ ไฟ การเดินทาง อาหาร และการดูแลผู้ป่วยกลับหยุดลงพร้อมกัน

สิ่งที่จมอยู่ใต้น้ำ ยังรวมถึงทรัพย์สิน รายได้ เงินออม และความสามารถในการทำมาหากินของคนทั้งชุมชน วิกฤติแฟลตคลองจั่น จึงกลายเป็นกรณีศึกษาว่า เมืองกำลังผลักต้นทุนจากภัยพิบัติไปให้ใครแบกรับไว้บ้าง 

จากชานเมืองสู่โครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 2510 กรุงเทพฯ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แรงงานจากต่างจังหวัดหลั่งไหลเข้าสู่เมืองเพื่อทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ขณะที่ที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้มีไม่เพียงพอ ชุมชนแออัดขยายตัวตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ รัฐจึงจัดตั้งการเคหะแห่งชาติในปี 2516 เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง

โดยเคหะชุมชนคลองจั่นเริ่มพัฒนาในช่วงปี 2518-2519 บนพื้นที่บางกะปิซึ่งเวลานั้นยังมีลักษณะเป็นชานเมือง มีพื้นที่เปิดโล่งและราคาที่ดินต่ำกว่าใจกลางกรุงเทพฯ ตัวโครงการเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 5 ชั้น จำนวน 30 อาคาร รวม 5,814 หน่วยพักอาศัย นับเป็นการรวมประชากรขนาดใหญ่ไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อให้รัฐสามารถจัดบริการพื้นฐาน พื้นที่ส่วนกลาง และสาธารณูปโภคได้เป็นระบบ

แฟลตคลองจั่น จึงเปรียบเสมือเป็นผลผลิตจากนโยบายที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ของประเทศ เป็น “คอนโดฯของคนเมือง” ก่อนยุคที่คอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าจะกลายเป็นสินค้าหลักของตลาดอสังหาริมทรัพย์หลายสิบปี

เมื่อผู้คนจากหลายพื้นที่เข้ามาอยู่อาศัย โครงการแห่งนี้ค่อยๆ เติบโตเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดย่อม มีตลาด ร้านอาหาร ร้านค้ารายย่อย บริการรับจ้าง และเครือข่ายอาชีพที่เชื่อมต่อกับย่านบางกะปิ ที่นี่จึงเป็นฐานพักพิง จากการทำงาน หาเงิน และเลี้ยงดูครอบครัว

เมืองรอบแฟลตเปลี่ยนไป แต่โครงสร้างเดิมยังรับภาระ

ตลอดเกือบครึ่งศตวรรษ บางกะปิและคลองจั่นเปลี่ยนจากพื้นที่ชานเมืองมาเป็นย่านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมหนาแน่น ถนน อาคารพาณิชย์ ศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม และโครงการใหม่ทยอยเข้ามาแทนพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่ซับน้ำเดิม พื้นผิวคอนกรีตที่เพิ่มขึ้นทำให้น้ำฝนซึมลงดินได้น้อยลงและไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน ถนนสายหลักโดยรอบได้รับการถมและยกระดับเป็นระยะ พื้นที่ภายในโครงการเก่าจึงมีความเสี่ยงกลายเป็นจุดต่ำเมื่อเทียบกับสิ่งปลูกสร้างรอบข้าง ชาวบ้านและรายงานในพื้นที่เรียกลักษณะนี้ว่า “แอ่งกระทะ” เมื่อฝนตกหนักและระดับน้ำในคลองสูง การระบายน้ำออกจากพื้นที่จึงทำได้ยากกว่าสภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมกรุงเทพฯครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากพื้นที่ต่ำเพียงอย่างเดียว เพราะยังต้องตรวจสอบว่า น้ำมาจากทางใด ระบบท่อและสถานีสูบน้ำรองรับฝนได้เท่าไร มีน้ำไหลย้อนจากคลองหรือไม่ และเหตุใดเกือบทั้งหมดถึงเตรียมตัวไม่ทัน และทำไมพื้นที่อยู่อาศัยขนาดกว่า 5,000 หน่วยจึงไม่มีแผนอพยพและระบบสำรองที่เห็นผลทันทีเดิมทีการรวมที่อยู่อาศัยจำนวนมากไว้ด้วยกันช่วยให้รัฐจัดบริการได้เป็นระบบ แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติ ขนาดเดียวกันกลับทำให้การช่วยเหลือซับซ้อนขึ้น

น้ำท่วมบ้านหนึ่งครั้ง อาจกลายเป็นหนี้อีกหลายปี

ความเสียหายจากน้ำท่วมมักถูกเล่าผ่านจำนวนบ้านและรถที่จมน้ำ แต่สำหรับครัวเรือนรายได้น้อยถึงปานกลาง รถจักรยานยนต์ รถยนต์ โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ค้าขาย ไม่ได้เป็นเพียงทรัพย์สินเพื่อความสะดวกสบาย หลายชิ้นคือเครื่องมือที่ใช้สร้างรายได้

ไม่ว่าจะเป็น วินมอเตอร์ไซค์ พนักงานส่งสินค้า หรือพ่อค้าแม่ค้าจมน้ำ ความเสียหายจึงเกิดขึ้นสองชั้น ชั้นแรกคือค่าซ่อมหรือภาระผ่อนรถที่ยังเดินต่อ ส่วนชั้นที่สองคือรายได้ที่หายไปในช่วงที่ออกไปทำงานไม่ได้

คนทำงานประจำบางส่วนอาจขอทำงานจากบ้านได้ แต่แรงงานรายวัน คนขับรถรับจ้าง แม่ค้า และหลายคนไม่มีทางเลือกเช่นนั้น  ขณะที่ค่าอาหาร การเดินทาง การซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายฉุกเฉินกลับเพิ่มขึ้น

สำหรับครัวเรือนที่ไม่มีเงินสำรองเพียงพอ ทางออกหลังน้ำลดอาจเหลือเพียงการรูดบัตร กู้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือพึ่งหนี้นอกระบบ จนอาจกล่าวได้ว่า ภัยพิบัติ ซึ่งกินเวลาไม่กี่วัน สามารถเปลี่ยนเป็นภาระหนี้หลายเดือนหรือหลายปี และยิ่งครัวเรือนมีรายได้น้อย ความเสียหายก้อนเดียวกันก็ยิ่งกินสัดส่วนทรัพย์สินและรายได้มากกว่า

นี่คือความเหลื่อมล้ำของภัยพิบัติ ที่ส่งต่อถึงความสามารถในการฟื้นตัวของแต่ละครอบครัวไม่เท่ากัน คนที่มีประกัน เงินออม และที่พักสำรองสามารถขยับออกจากพื้นที่ได้เร็วกว่า ขณะที่คนอีกกลุ่มต้องอยู่กับความเสียหายและรอความช่วยเหลือในจุดเดิม

อาคารวัย 50 ปี กับช่องว่างเงินซ่อมครั้งใหญ่

อย่างไรก็ดี หลังเหตุการณ์ ยังต้องจับตาถึงคำถามสำคัญ ว่าใครจะรับผิดชอบค่าฟื้นฟูระบบส่วนกลาง ตั้งแต่ปั๊มน้ำ ระบบไฟฟ้า ท่อระบายน้ำ ทางเดิน พื้นชั้นล่าง ไปจนถึงการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร

อาคารที่อยู่อาศัยสาธารณะมีโจทย์ทางการเงินต่างจากคอนโดมิเนียมเชิงพาณิชย์ การเก็บค่าส่วนกลางต้องอยู่ในระดับที่ผู้อยู่อาศัยรับไหว แต่ค่าบำรุงรักษาระบบขนาดใหญ่กลับเพิ่มขึ้นตามอายุอาคาร หากเงินสำรองไม่เพียงพอ การซ่อมครั้งใหญ่ย่อมต้องรอเงินอุดหนุนจากรัฐ หรือผลักภาระกลับไปให้เจ้าของห้องซึ่งหลายครอบครัวกำลังเผชิญความเสียหายของตนเองอยู่แล้ว

อีกด้านหนึ่ง พื้นที่คลองจั่นมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมืองและโครงข่ายคมนาคม และพบข้อมูลว่าหลายปีก่อน การเคหะแห่งชาติเคยเสนอแนวคิดพัฒนาพื้นที่ริมบึงลำพังพวยเป็นโครงการมิกซ์ยูส ก่อนเผชิญเสียงคัดค้านจากชุมชนซึ่งกังวลต่อผลกระทบด้านการจราจร สิ่งแวดล้อม และความสามารถในการรองรับน้ำจนอาจตีความได้ว่า เมื่อรัฐขาดเงินซ่อมบ้านเก่า แต่ที่ดินกลับมีมูลค่าสูงขึ้น ทางออก คือ การสร้างโครงการใหม่ ?

เกือบ 50 ปีที่ผ่านมา แฟลตคลองจั่นทำหน้าที่เป็นฐานความมั่นคงให้คนจำนวนมากสามารถเข้ามาทำงานและตั้งหลักในกรุงเทพฯ วิกฤติครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำคำถามที่ว่า กรุงเทพฯ จะลงทุนป้องกันความเสียหายก่อนเกิดวิกฤติครั้งต่อไปอย่างไร หรือ ปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่เดิมต้องกลับมาจ่ายต้นทุนซ้ำอีกครั้ง.

ที่มา : การเคหะแห่งชาติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ 

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์