
กระทรวงการคลังเตรียมปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและอุตสาหกรรมยานยนต์
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิต เร่งพิจารณาโครงสร้างภาษีรถยนต์ โดยเฉพาะอัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ให้เร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก เพื่อให้เกิดความชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และนักลงทุนที่ทยอยมาลงทุนในไทยด้วย
“ต้องฟังเสียงอุตสาหกรรมยานยนต์ก่อนที่จะมีข้อสรุป ขณะนี้ยังไม่มีการเคาะอัตราภาษีแต่อย่างใด แต่เบื้องต้น หากนำเข้ารถยนต์ทั้งคัน ก็ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงสุดของภาษีสรรพสามิต แต่ที่ชัดเจนคือ การแบ่งเป็นอัตราภาษีเป็น 3 อัตรา”
สำหรับอัตราภาษีกลุ่มยานยนต์นั้น ยังคงแบ่งเป็น 3 อัตรา คือ โดยกลุ่มผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local content) จำนวนมาก จะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำ กลุ่มสองเป็นผู้ผลิตที่มีแผนลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม จะเสียภาษีในอัตราปานกลาง และกลุ่มสุดท้าย รถนำเข้าสำเร็จรูป (CBU) นำเข้าทั้งคันจากต่างประเทศแล้วนำมาจำหน่ายในประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้การพิจารณาภาษีสรรพสามิตรถยนต์ มีความเป็นไปได้ว่าคลังจะประกาศใช้ภาษีรถอีวี และรถยนต์เทคโนโลยีใหม่ สำหรับกลุ่มรถยนต์ที่นำเข้ามาทั้งคันก่อน เบื้องต้นจะมีอัตราภาษีไม่ต่ำกว่า 30% ตามที่ภาคเอกชนเสนอ ซึ่งทำให้ต่อไปรถยนต์อีวีที่นำเข้ามาจะเสียภาษีสรรพสามิตแพงขึ้น จาก 10% เป็นมากกว่า 30% ตัวอย่างเช่น รถราคา 1 ล้านบาท เดิมเสียภาษีคันละ 100,000 กว่าบาท เพิ่มเป็นเสียภาษี 300,000-400,000 บาท
ส่วนภาษี 2 กลุ่มที่เหลือ จะทยอยประกาศออกมาตามหลัง ซึ่งภาษีรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนในประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนดจะเสียภาษีถูกสุด เช่น 2% ขณะที่กลุ่มภาษีรถยนต์ที่เข้ามาผลิตในไทย แต่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด หรือกลุ่มที่นำเข้าและมีแผนตั้งโรงงานในไทยตามมา จะเสียภาษีแพงขึ้นมาแต่ไม่ถึง 30% เป็นต้น