
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าการเปรียบเทียบภาษีกับประเทศอื่นต้องดูเงื่อนไขการไต่สวนมาตรา 301 ของสหรัฐฯ เป็นรายกรณี ไม่สามารถสรุปเพียงตัวเลขภาษีได้
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงที่รัฐบาลเงาของพรรคฝ่ายค้านแถลงถึงการเจรจาการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (ART) ว่า หากไทยจบดีลกับสหรัฐฯ แล้วเสียภาษีนำเข้ามากกว่า จะถือว่ารัฐบาลสอบตก เพราะไทยจะเสียเปรียบคู่แข่งที่เสียภาษีต่ำกว่า ว่า การนำอัตราภาษีของประเทศต่างๆ มาเปรียบเทียบกันในขณะนี้จำเป็นต้องพิจารณาให้ครบถ้วนว่าเป็นอัตราที่เกิดจากมาตรการหรือการไต่สวนในกรณีใด เนื่องจากแต่ละประเทศมีสถานะในการเจรจาและข้อผูกพันกับสหรัฐฯ แตกต่างกัน อีกทั้งอัตราที่ประกาศอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่สะท้อนผลจากการไต่สวนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
“การกล่าวว่า หากไทยได้รับอัตราภาษีเกิน 12.5% จะทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านอย่างมากจนแข่งขันไม่ได้ จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะต้องพิจารณากระบวนการไต่สวนมาตรา 301 ให้ครบทั้ง 2 กรณี รวมถึงสถานะของแต่ละประเทศด้วย”
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เปิดไต่สวนไทยตามมาตรา 301 กฎหมายการค้าใน 2 กรณี คือ 1. ไม่มีมาตรการ หรือกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ และ 2. มีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง โดยผลการไต่สวนในแต่ละกรณีมีสถานะและผลต่ออัตราภาษีแตกต่างกัน สำหรับกรณีแรก สหรัฐฯ ได้ประกาศผลการไต่สวนแล้ว และเก็บภาษี 2 อัตรา ที่ 10% สำหรับประเทศที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าแรงงานบังคับ และประเทศที่ลงนาม ART แล้ว และ 12.5% สำหรับประเทศที่ไม่มีทั้ง 2 เหตุผล ซึ่งไทยถูกเก็บ 12.5% แต่สหรัฐฯ ได้กำหนดรายการสินค้าบางส่วนที่ได้รับยกเว้นจากภาษีเพิ่มเติมด้วย และมีสินค้าไทยได้ประโยชน์กว่า 2,000 รายการ
ขณะที่การไต่สวนกรณีที่ 2 สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณา หากไทยสามารถจบการเจรจา ART ได้ ก็คาดหวังว่า อัตราภาษีที่สหรัฐฯ จะเก็บจากไทย จะไม่เกิน 19% ตามที่ไทยถูกเก็บก่อนหน้านี้จากมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ดังนั้น ART จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดอัตราภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลให้ประเทศไทยเร่งผลักดันการเจรจา ART เพื่อให้สามารถกำหนดกรอบความสมดุลทางการค้าและอัตราภาษีที่สอดคล้องกับสถานะของไทยและสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคได้
“เป้าหมายของไทย คือ การสรุปการเจรจา ART เพื่อรักษาอัตราภาษีรวมให้อยู่ในกรอบ 19% หรือไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง ซึ่งเป็นอัตราที่ไทยเคยได้รับภายใต้การเจรจาในช่วงที่ผ่านมา จากก่อนหน้านี้ ที่สหรัฐฯ ประกาศจะเก็บภาษีตอบโต้ไทยที่ 36% ก่อนลดเหลือ 19% ภายหลังการเจรจา ART แต่ต่อมาสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนฐานกฎหมายและเปิดการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ในประเด็นแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง”
สำหรับกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ขณะนี้สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาผลการไต่สวน โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกไต่สวนมาตั้งแต่เดือนมี.ค.69 และกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งข้อมูลและคำชี้แจงต่อฝ่ายสหรัฐฯ แล้ว
สำหรับความคืบหน้าการเจรจา ART นั้น ขณะนี้ ได้ข้อสรุปสาระสำคัญและหลักการของการเจรจาแล้ว เหลือเพียงการตรวจสอบรายละเอียดและถ้อยคำของความตกลงในระดับเทคนิค เพื่อให้มีความสอดคล้อง ชัดเจน และรอบคอบ โดยฝ่ายไทยเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการไต่สวนมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
”สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การสรุปถ้อยคำและรายละเอียดของ ART ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อรักษากรอบอัตราภาษีที่ไทยได้หารือไว้ และลดความเสี่ยงจากผลกระทบของมาตรการทางการค้าต่อผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเดินหน้ากระบวนการไต่สวนมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง“