สศช.จัดเวทีใหญ่แผนชาติฉบับ 14 ชู 5 เสาหลักซ่อมเสริมรากฐานประเทศรับอนาคต

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สศช.จัดเวทีใหญ่แผนชาติฉบับ 14 ชู 5 เสาหลักซ่อมเสริมรากฐานประเทศรับอนาคต

Date Time: 18 ก.ย. 2569 08:00 น.

Video

Nebius เอาเงินจากไหนมาลงทุนมหาศาล? | Digital Frontiers EP.75

Summary

สศช. เตรียมจัดงานสัมมนา 'Thailand’s Next Agenda' ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ก่อนประกาศใช้จริงในปี 2571

  • แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพและการแข่งขัน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานสัมมนา
  • กลยุทธ์หลักประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ การพลิกโฉมเศรษฐกิจ, การปฏิรูปภาครัฐ, การยกระดับทุนมนุษย์, การจัดการทรัพยากรยั่งยืน และการลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรม
  • สศช. ระบุความท้าทายสำคัญ 3 ประการ คือ ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำ, ความผันผวนจากปัจจัยภายนอก และการนำแผนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริง
  • เป้าหมายสำคัญของแผนคือการสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายและลดอุปสรรคจากภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Latest


นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ สศช. เตรียมจัดสัมมนาใหญ่ประจำปีภายใต้ชื่องาน “เปลี่ยนไทย ให้ไปไกลกว่าเดิม” (Thailand’s Next Agenda) ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนจัดทำแผนฉบับสมบูรณ์ เพื่อประกาศใช้ในปี 2571 โดยงานนี้จะมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเข้าร่วม    

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้ว โดยสาระสำคัญมุ่งเน้นการเป็นแผนที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน สร้างภูมิคุ้มกันรองรับการเปลี่ยนแปลง ภายใต้ธีม “การเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการซ่อมและเสริมรากฐานให้มั่นคง ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมและโอกาสสำหรับอนาคต”    

แผนฉบับนี้มีหลักคิดนำทาง 4 ประการ ได้แก่ 1. ยกระดับผลิตภาพประเทศ 2. สร้างประโยชน์อย่างทั่วถึง 3. เสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว และ 4. สร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการขับเคลื่อนจะให้ความสำคัญกับการสร้างเป้าหมายร่วม แนวร่วม และระบบติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ผ่าน 5 เสาหลักในการพัฒนา ดังนี้    

เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ: มุ่งยกระดับการผลิตเดิม (เกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว) ควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (เทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์สมัยใหม่ บริการสุขภาพ) ส่งเสริม R&D และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายลดขนาดเศรษฐกิจนอกระบบ พัฒนา SMEs อัจฉริยะให้เข้าถึงแหล่งทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต พร้อมรักษาเสถียรภาพทางการคลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space)    

เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ ทบทวนโครงสร้างและรูปแบบการบริหารภาครัฐให้มีขนาดเหมาะสม คล่องตัว ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับปรุงกฎหมาย โดยเร่งกิโยตินกฎหมาย ปรับปรุงระเบียบและขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ให้สอดคล้องกับพลวัตของโลกธุรกิจยุคใหม่ เพื่อไม่ให้รัฐเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน ที่สำคัญที่สุดคือการยกระดับกลไกป้องกัน เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับอย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ    

เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์: มุ่งรักษาอัตราการเกิด ดึงศักยภาพประชากรกลุ่มที่ยังใช้ไม่เต็มที่ บริหารจัดการแรงงานต่างชาติทักษะสูง ปรับรูปแบบการศึกษาเป็นการเรียนรู้ข้ามศาสตร์และกระจายอำนาจ พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านแรงงาน ควบคู่กับการออกแบบสวัสดิการที่เอื้อต่อการเพิ่มผลิตภาพและส่งเสริมระบบสุขภาพเชิงป้องกัน    

เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน: เร่งบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหา PM 2.5 จัดการขยะ และใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ เตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยพลังงานสะอาด และพัฒนาระบบบริหารจัดการภัยพิบัติแบบบูรณาการ

เสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมายที่ตอบโจทย์ภาคการผลิตและบริการของประเทศ รัฐจะสร้างระบบนิเวศทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เอื้ออำนวย เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนด้าน R&D มากขึ้น รวมไปถึงการผลักดันให้นำผลงานวิจัยจากหิ้งไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง พร้อมปรับปรุงระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้คุ้มครองผู้คิดค้นได้อย่างรัดกุม    

อย่างไรก็ตาม สศช. ได้สรุป ความท้าทายหลัก 3 ประการ ในการขับเคลื่อนแผนฯ 14 ได้แก่ 1. ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างสะสมที่ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำ (การลงทุนต่ำ ขาด R&D ภาระหนี้สูง) 2. ความผันผวนจากภายนอก ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคมสูงวัย 3. การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งต้องออกแบบกลไกขับเคลื่อนและติดตามผลที่เชื่อมโยงถึงระดับปฏิบัติจริง เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดในอดีต


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ