
จากดราม่าโค้ชหนุ่มด้อยค่าผู้หญิงวัย 35 ตั้งคำถาม “ผู้หญิงมีค่าอะไร?” เปิดหลักฐานจากสิ่งประดิษฐ์สู่ธุรกิจไทย ตัวเลขเศรษฐกิจจริงที่ผู้หญิงแบกไว้ และแนวคิด "อำนาจอธิปไตยในการเลือกชีวิต"
“ผู้หญิงมีค่าอะไร?”
คำถามนี้ดังขึ้นหลังคลิปของโค้ชหนุ่มรายหนึ่งถูกแชร์ไปทั่ว เขาพูดถึงผู้หญิงวัย 35 ปี ก่อนตั้งคำถามว่าผู้หญิงเคยประดิษฐ์อะไรให้โลกบ้าง และมองว่างานดูแลบ้านไม่ได้ให้อะไรผู้ชาย อีกทั้ง ผูกคุณค่าของผู้หญิงไว้กับหน้าตา อายุ และเรื่องเพศเท่านั้น
ซึ่งในโลกที่การค้นคว้าข้อมูลเปิดกว้าง การศึกษาเข้าถึงแม้กระทั่งในพื้นที่ห่างไกล คำตอบเรื่องสิ่งประดิษฐ์หาได้ไม่ยาก อย่าง “แมรี แอนเดอร์สัน” จดสิทธิบัตรอุปกรณ์ปัดน้ำฝนตั้งแต่ปี 1903 ส่วน “เกรซ ฮอปเปอร์” พัฒนาคอมไพเลอร์ยุคแรก ๆ ที่ช่วยให้คนเขียนคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ง่ายขึ้น หรือ ศ.พิเศษ ดร.ภญ. กฤษณา ไกรสินธุ์: เภสัชกรหญิงไทยผู้คิดค้นและพัฒนายาต้านไวรัสเอดส์สูตรผสมรวมเม็ด (GPO-VIR) ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงกว่า 20 เท่า และเซฟชีวิตผู้ป่วยนับล้านคนทั้งในไทยและแอฟริกา
ทั้งสามเป็นเพียงชื่อที่เลือกมาจากผลงานอีกมากมายของนักประดิษฐ์หญิงทั่วโลก แต่เรื่องนี้เราอาจไม่จำเป็นต้องมองไกลถึงประวัติศาสตร์ ลองมองผู้หญิงที่เปิดร้าน ทำบัญชี รับลูกค้า จ่ายค่าเช่า และรับความเสี่ยงจากการทำธุรกิจด้วยตัวเอง จะพบว่า ปัจจุบันมีผู้หญิงเก่งมากมายในหลายอุตสาหกรรม
ข้อมูลปี 2022 ที่ธนาคารโลกนำเสนอ ระบุว่า ในกลุ่ม เจ้าของกิจการคนเดียวของไทย ผู้หญิงมีสัดส่วน 58% สูงที่สุดในกลุ่มประเทศที่ศึกษา ตัวเลขนี้นับเฉพาะกิจการประเภทดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงธุรกิจไทยทุกประเภท แต่ก็มากพอจะบอกว่า ผู้หญิงไม่ได้ยืนรอให้ใครมาเลี้ยง เธอสามารถทำมาหากินและเป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง และทำให้ประเทศไทยเป็นระบบเศรษฐกิจเพียงแห่งเดียวในโลก ที่มีสัดส่วนผู้ประกอบการเจ้าของคนเดียวที่เป็นผู้หญิงสูงกว่าผู้ชายอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกข้อมูลลงไปยังพบว่า สัดส่วนผู้หญิงที่อยู่ในตำแหน่งกรรมการบริษัท ไทยก็ขึ้นแท่นอยู่ในอันดับ 2 ของโลก รองจากแอฟริกาใต้เท่านั้น
แต่ถ้าอยากเห็นภาพใหญ่ของผู้หญิงไทย ในการนำพาธุรกิจระดับชาติและระดับข้ามชาติ “จรีพร จารุกรสกุล” คือหนึ่งในผู้หญิงที่บริหารธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และสาธารณูปโภค ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท WHA
หรือ “วัลภา ไตรโสรัส” แม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรอสังหาฯ AWC ที่ปลุกปั้นธุรกิจ มูลค่าสินทรัพย์กว่า 2.2 แสนล้านบาท และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ผู้บริหารหญิงที่สร้างผลงานในการฟื้นฟูและบริหารธุรกิจชั้นนำ ทั้งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โทรคมนาคมผ่านดาวเทียม และการนำเครือดุสิตธานีก้าวข้ามวิกฤตระดับโลก ก่อนดำรงตำแหน่งทางการเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
แต่ตัวเลข 58% ยังชวนให้เรามองเลยไปจากผู้บริหารที่มีชื่อเสียง ถึงเจ้าของกิจการรายเล็กที่หลายคนเดินผ่านทุกวัน ยังมีงานอีกชนิดที่ทำให้คนในบ้านออกไปหาเงินได้ แต่คนทำกลับไม่มีสลิปเงินเดือน เช่น ดูแลลูก พาผู้สูงอายุไปหาหมอ ทำอาหาร จัดการเรื่องในบ้าน จนกระทั่ง องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ระบุว่า ผู้หญิงไทยใช้เวลากับงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้าง มากกว่าผู้ชายกว่า 3 เท่า
ลองสมมติว่าคนหนึ่งใช้เวลาดูแลครอบครัววันละ 3 ชั่วโมง หากตีค่าแรงเพียงชั่วโมงละ 100 บาท เท่ากับงานมูลค่า 109,500 บาทต่อปี นี่เป็นแค่ตัวอย่างคำนวณ ไม่ใช่ค่าจ้างที่เธอได้รับจริง และยังไม่รวมวันที่ต้องลดเวลาทำงาน ปฏิเสธงานเพิ่ม หรือหยุดออมเงินเพราะต้องดูแลคนอื่น
ขณะที่การเป็นแม่หรือภรรยาไม่ควรแปลว่าต้องรับงานเหล่านี้อยู่คนเดียว ครอบครัวได้ประโยชน์จากงานดูแล คนในครอบครัวก็ควรแบ่งทั้งเวลาและต้นทุนกัน
Thairath Money ลองจำลอง ผลกระทบทางการเงินเชิงเปรียบเทียบระหว่างผู้หญิงที่ทำงานต่อเนื่องตลอด 20 ปี กับสตรีที่ต้องหยุดงานเป็นเวลา 10 ปีเพื่อทำหน้าที่แม่บ้านและดูแลบุตร บนสมมติฐานฐานเงินเดือนเริ่มต้น 30,000 บาท มีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 5% ต่อปี และผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย 6% ต่อปี พบข้อมูลน่าสนใจดังนี้
จะเห็นได้ว่า เงินก้อนที่หายไปไม่ได้กระทบแค่รายรับระหว่างนั้น หากทั้งสองคนออมเงิน 15% ของเงินเดือนที่ได้รับ และนำไปลงทุนโดยสมมติผลตอบแทน 6% ต่อปี เมื่อครบ 20 ปี คนที่ทำงานต่อเนื่องจะมีเงินสะสมประมาณ 2.99 ล้านบาท ส่วนคนที่หยุดงานหลังปีที่ 10 จะมีประมาณ 1.57 ล้านบาท แม้ปล่อยเงินที่ออมไว้ก่อนหน้าให้ลงทุนต่อจนครบ 20 ปี
ทั้งหมดเป็นเพียงแบบจำลอง ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ได้เกิดขึ้นแน่นอนทุกปี และชีวิตจริงอาจมีรายได้จากงานอื่นระหว่างดูแลครอบครัว แต่ตัวเลขนี้ทำให้เห็นต้นทุนด้านหนึ่งของงานในบ้านชัดขึ้น ว่าคนที่หยุดทำงานเป็นผู้เสียโอกาสหารายได้และสะสมเงินเพื่ออนาคต ขณะที่คนในครอบครัวยังได้รับการดูแลทุกวัน
ท้ายที่สุด ในทางเศรษฐศาสตร์ครอบครัว อำนาจในการกำหนดทิศทางชีวิตขึ้นอยู่กับ "ทางเลือกภายนอก" (Outside Option) หากผู้หญิงไม่มีรายได้เป็นของตนเองและต้องพึ่งพาทางการเงินจากผู้อื่นทั้งหมด ทางเลือกในการปกป้องตนเองจะลดลงเหลือศูนย์ ทำให้จำต้องยอมจำนนอยู่ใต้ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ การถูกลดทอนคุณค่า หรือการใช้ความรุนแรง
อิสรภาพทางการเงินจึงไม่ใช่เรื่องของความโลภ แต่มันคือ "อำนาจอธิปไตยในการเลือกชีวิต" (Life-Governing Agency) เมื่อผู้หญิงสามารถหาเงินได้เอง ยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง
และสำหรับผู้หญิงทุกคน "การหาเงินได้ด้วยตัวเอง" ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขในบัญชี แต่คือเครื่องมือสถาปนาอิสรภาพ ให้เราเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเราเองอย่างแท้จริง.
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney