
สืบเนื่องจากงานเสวนาประจำปีของไทยรัฐกรุ๊ป “THAIRATH FORUM 2026 : THAI LAND IN THE NEW GLOBAL ORDER” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และมุมมองภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย” เพื่อความอยู่รอด และการเติบโตท่ามกลางระเบียบโลกใหม่ ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง “ทีมเศรษฐกิจ” ได้สัมภาษณ์และรวบรวมกลยุทธ์ในการปรับตัว และปรับการดำเนินธุรกิจขั้นสุดยอดของ “ซีอีโอ” ชั้นนำในการรับมือกับความผันผวน และระเบียบโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป “ทำอย่างไรให้ประเทศไทยต้องรอด”
สืบเนื่องจากงานเสวนาประจำปีของไทยรัฐกรุ๊ป “THAIRATH FORUM 2026 : THAI LAND IN THE NEW GLOBAL ORDER” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และมุมมองภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย” เพื่อความอยู่รอด และการเติบโตท่ามกลางระเบียบโลกใหม่ ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง
“ทีมเศรษฐกิจ” ได้สัมภาษณ์และรวบรวมกลยุทธ์ในการปรับตัว และปรับการดำเนินธุรกิจขั้นสุดยอดของ “ซีอีโอ” ชั้นนำในการรับมือกับความผันผวน และระเบียบโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป “ทำอย่างไรให้ประเทศไทยต้องรอด”
การเปลี่ยนแปลงของกฎกติกาโลกใหม่ ภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยี นำไปสู่การปรับตัวใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การวางแผนธุรกิจที่ต้องเปลี่ยนไป ปกติเราวางแผนระยะสั้น กลาง และยาว แต่ตอนนี้ต้องมองเป็นฉากทัศน์ มองไว้หลายรูปแบบ เตรียมตัวทำแผนสำรอง แผน A แผน B แผน C รองรับเอาไว้ ในภาวะเช่นนี้การมีแผนระยะสั้น 3-6 เดือนยังจำเป็น และต้องคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน 2.การใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี AI เพื่อหาโอกาสใหม่ๆ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ช่วยบริหารความเสี่ยง สร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้า 3.กระแสเงินสดหมุนเวียน ต้องบริหารจัดการไม่ให้ขาดในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้
“หากให้โฟกัสที่ธุรกิจธนาคาร สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากกระแสเงินสดที่ห้ามขาด คือการบริหารความเสี่ยงให้ดี และการช่วยลูกค้าให้อยู่รอด เพราะถ้าลูกค้ารอด เราก็รอด โดยสรุประยะสั้นต้องบริหารความเสี่ยงให้ดีควบคู่กับการดูแลลูกค้า ระยะยาวคือ การเตรียมความพร้อมด้านนวัตกรรม”
ระเบียบโลกใหม่สำหรับเราคือโอกาส โอกาสที่ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและแข่งขันกันสูง ทำให้ประเทศไทยซึ่งอยู่ตรงกลางกลายเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และจะได้รับโอกาสจากทั้งสองฝั่ง
ในฐานะที่เอไอเอสเป็นคนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยใช้เทคโนโลยีของทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก จึงมีหน้าที่นำประโยชน์นี้มาใช้อย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นโอกาส คงจะเห็นประโยชน์มากขึ้น ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวหน่อย เรื่อง AI เรามีทั้งเทคโนโลยีตะวันตกและจีน นำสิ่งที่ดีที่สุดจากทั้ง 2 ฝั่งมาใช้
“เป็นคำถามที่ยากมาก” ทักษะสำคัญที่สุดในผู้บริหารยุคนี้ ถ้าอธิบายเป็นภาษาอังกฤษคือ Stay Teachable ต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ใหม่ เพราะมีเรื่องราวใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ GALE ซึ่งประกอบด้วย G-Geopolitics ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์, A-AI, L- Labour แรงงาน และ E-Environment สิ่งแวดล้อม เหล่านี้กระทบธุรกิจหมด
“ถ้ามองในแง่ยุคสมัย ธุรกิจต้องเข้าใจ Gen Z ถ้ามองในมุมเครื่องมือ ต้องเข้าใจ AI ถ้ามองในมุมลูกค้า ต้องเข้าใจมนุษย์ แล้วสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระดับสัปดาห์ ระดับเดือน ก็จะเปลี่ยนไปอีก ผู้บริหารต้องเข้าใจสิ่งนี้ ต้อง Stay Relevant คืออยู่ให้ทันต่อยุคสมัย ต้องเรียนรู้ใหม่ให้ได้ ไม่คิดว่าตัวเองเก่ง ไม่งั้นจะไม่รอด”
ที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจ ณ ตอนนี้คือการปรับตัวให้เข้ากับความไม่แน่นอน ยกตัวอย่างการปรับตัวเรื่องคน รู้ว่าทักษะที่ต้องการในอนาคตเป็นอย่างไร เพราะโลกเปลี่ยน ทักษะก็ต้องเปลี่ยน คนที่เคยเป็นที่ต้องการอย่างโปรแกรมเมอร์ ตอนนี้อาจไม่ใช่แล้ว เพราะเทคโนโลยีดิสรัปต์ เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน พอมี AI มาช่วยทำงาน คนที่สามารถตัดสินใจได้ดีอาจเป็นที่ต้องการมากขึ้น คนที่มีความสร้างสรรค์อาจสำคัญมากขึ้น แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเรื่องพวกนี้จะเปลี่ยนตลอด เทคโนโลยีออกใหม่ตลอด
ความพร้อมของคนคือ เรื่องแรกที่จำเป็น องค์กรต้องปรับให้สอดคล้องกับความไม่แน่นอน เรื่องที่ 2 คือความไม่แน่นอนในด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาจมีปัญหาห่วงโซ่การผลิต ติดขัดจากภาวะสงคราม นอกเหนือจากคน ต้องพร้อมปรับตัวในเรื่องของคู่ค้าด้วย เรื่องสุดท้าย ต้องมีความพร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆเสมอ จาก AI ต่อไปจะเป็นควอนตัม, โรบอต และอื่นๆที่จะทยอยเข้ามา
“ธีมคือการอยู่กับความไม่แน่นอน ทำให้องค์กรอยู่ต่อไปได้ ต้องสร้างความสามารถที่จะเลี้ยงคน อัปสกิล รีสกิลคนให้พร้อมกับเรื่องใหม่ๆ มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนคู่ค้า มีความยืดหยุ่นในการทำงานรองรับคนในทุกภูมิภาค มีองค์ความรู้ที่จะเลือกใช้ AI”
ในวันที่โลกเปลี่ยนจากคาดเดาไม่ได้ (Unpredictable) ไปสู่ยุคที่จินตนาการไม่ออก (Unimaginable) กฎเกณฑ์และตำราเล่มเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป “ความไวและความคล่องตัวคือผู้ชนะตัวจริง”
ไทยยูเนี่ยนต้องปรับองค์กรให้ง่ายๆ (Simpler) ลดความซับซ้อนในองค์กร, สร้างความกระชับในองค์กร (Leaner) ทำให้ของถูกลง และใช้ความรวดเร็ว หรือ Faster ปรับตัวให้ไว เคลื่อนไหวให้เร็วขึ้น รวมถึงการเพิ่มทักษะ “คน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร เพราะการแข่งขันในวันนี้ต้องการทักษะ ความรู้ และความสามารถที่สูงกว่าเดิม ดังนั้นต้องพัฒนาคนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการนำ “AI” เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
สุดท้ายคือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการวิ่งไล่ล่ายอดขายให้ได้มากที่สุด มาเป็นการสร้างกำไรจากการบริหารต้นทุนภายใน ให้มีต้นทุนที่แข่งขันได้ นี่คือหัวใจของแนวคิด “ทำน้อยให้ได้มาก”ที่จะทำให้ธุรกิจไทยอยู่รอดแบบยั่งยืนในยุคที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
การปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายของโลกใบนี้ของ “ธนาคารออมสิน” ด้วยการเอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง ธนาคารมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลาย เหมาะสมทุกกลุ่มลูกค้า ครอบคลุมทั้งการฝากเงินแบบเจาะกลุ่มในแต่ละช่วงวัย รวมถึงการปล่อยสินเชื่อหรือการกู้เงินที่เหมาะสมตามความต้องการของสินเชื่อ เพื่อให้ทุกคนทุกกลุ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้ได้มากที่สุด
ลูกค้าสามารถเลือกสินเชื่อทั้งระยะยาวและระยะสั้น โดยสามารถผ่อนชำระทั้งรายวัน รายเดือนแบบยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนและดอกเบี้ยตามความต้องการในการใช้จริง ๆ นอกจากนั้นธนาคารออมสินดูแลลูกค้าทำผ่อนชำระสม่ำเสมอ เช่น ชำระดีมีคืน เพื่อส่งเสริมการสร้างวินัยทางการเงิน
ธนาคารออมสินยังได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะเดียวกันการมีสาขากว่า 1,020 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นจุดแข็งในการเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
“ผมเชื่อว่าในช่วง 5 ปี โอกาสที่ไทยจะเผชิญความท้าทายมีอีกหลายเรื่อง ทั้งภาวะสงคราม ราคาพลังงานแพง ภัยธรรมชาติ ดังนั้นจึงต้องปรับตัวทั้งคนและองค์กร เพื่อความอยู่รอดและก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นให้ได้ ออมสินเพื่อทุกชีวิต”
มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
เมื่อโลกที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ “บ้าน” ไม่ใช่แค่บ้านอีกต่อไป ส่งผลให้ ธอส.ต้องปรับตัวและก้าวข้ามตัวเองสู่ Beyond Housing Bank ในอดีตการมีบ้าน เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในชีวิต เป็นเป้าหมายที่คนวาดฝันไว้ แต่วันนี้ในโลกที่มีความผันผวนทั้งจากระเบียบโลกใหม่ เทคโนโลยี AI พฤติกรรมผู้บริโภค
ทำให้คนไทยมีคำถามตัวเองจากเดิม “จะซื้อบ้านเมื่อไหร่” เปลี่ยนเป็น “ซื้อบ้านดีมั้ย” หรือ “บ้านแบบไหน”ที่คุ้มค่ากับชีวิตซึ่งเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม แค่คำถามเรียบง่าย แต่เขย่ารากฐานของทั้งอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยและระบบการเงินไทย “ธอส.” ต้องยกระดับตัวเองจากผู้ปล่อยกู้ ไปเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของชีวิต ก้าวข้ามแบบไม่มีทางเลือก
เพราะโลกใบเดิมที่ ธอส.เคยยืนอยู่ตลอด 73 ปี ไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว จะทำเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ต่อให้ไม่ใช่ Beyond Housing Bank ก็ต้องทำ และต้องทำให้ได้ ถึงจะเป็น Beyond Housing Bank ได้จริง
เพราะไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด เมื่อความหมายของคำว่าบ้านถูกเขียนขึ้นใหม่ ธนาคารที่ดูแลความฝันเรื่องบ้านของคนไทยก็ต้องกล้าเขียนบทบาทของตัวเองขึ้นใหม่เช่นกัน ในโลกที่ความเสี่ยงสูงขึ้น การให้บริการทางการเงินต้องปรับโมเดลการพิจารณาความเสี่ยงใหม่ เปลี่ยนมุมมองและทำความ เข้าใจตลาดให้ลึกกว่าเดิม ไม่ใช่ปล่อยกู้ตามสูตรสำเร็จอีกต่อไป และในระยะยาว การเงินต้องคำนึงถึงการเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ของเจ้าของบ้านด้วย
พิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)
ระเบียบโลกยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม กฎกติกาการเงินใหม่ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาองค์กร ต้องมีทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว โดยส่วนแรกต้องนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มายกระดับภายในองค์กรเพิ่มความรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อน ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มผลิตภาพ ตลอดจนสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันต้องปรับปรุงระเบียบ คำสั่ง และมีคู่มือปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมรับการปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามกฎระเบียบ และมาตรฐานทั้งในและสากล และที่สำคัญทั้งหมดยึดมั่นใช้หลัก ESG ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ และให้ฝังเป็นวัฒนธรรมประจำองค์กรที่อยู่ในทุกกระบวนการ ทุกการตัดสินใจ และทุกการให้บริการ
ส่วนที่ 2 จะเป็นการต่อยอดสู่การพัฒนาลูกค้าธนาคาร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้สามารถปรับตัวสู่ระเบียบโลกใหม่ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ 1.ด้านสินเชื่อที่ต้องครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ Transformation Green Digital Supply Chain 2.ช่วยผู้ประกอบการเสริมสร้างองค์ความรู้ Productivity, AI, ESG และ Financial literacy 3. การสร้างเครือข่ายพันธมิตร เชื่อมโยงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกับบริษัทใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน
การรับมือกับระเบียบโลกใหม่ที่เกิดขึ้น ทั้งจากกฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปจากสงครามการค้า กฎเกณฑ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ทิศทางของราคาน้ำมันโลกยังคงผันผวนสูงมาก และในช่วงที่ผ่านมามีความเสี่ยงที่วัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีโอกาสขาดแคลน และความผันผวนนี้จะเกิดขึ้นต่อไป
เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ หัวใจสำคัญคือกระจายความเสี่ยง และปรับตัวให้เร็วให้ทันกับเทรนด์ใหม่เพื่อให้ธุรกิจเดินได้ต่อเนื่อง GC ได้มีการปรับปรุงโรงงาน สูตร และสายการผลิต ให้สามารถรองรับการผลิตสินค้าใหม่ๆ และปรับการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นๆ ไม่ได้พึ่งพาแต่วัตถุดิบจากในตะวันออกกลางอย่างเดียว
ทำให้ในช่วงการเกิดสงครามสหรัฐฯ และอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซปิด หลายประเทศหลายบริษัทขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต แต่ไม่ใช่กับ GC เรายังสามารถที่จะเดินเครื่องการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นรายเดียวที่ยังผลิตได้อยู่ ช่วยให้คู่ค้าของเราสามารถผลิตสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยเดินต่อไปได้
ขณะเดียวกันต้องปรับเปลี่ยนหาตลาดลูกค้าใหม่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงการค้าโลก โดยตลาดจีน และตลาดอินเดีย เป็นตลาดใหญ่ที่มีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมาก ควบคู่กับการปรับตัวตามกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม GC มีการลงทุนในอุตสาหกรรมกรีน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้วัตถุดิบที่มาจากชีวภาพมากขึ้น ต้องปรับให้ธุรกิจที่เรามีอยู่สามารถสร้างศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เข้าใจ วิจัยและพัฒนาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนเร็ว.
ทีมเศรษฐกิจ
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม