
CRC ลงทุนในเวียดนามแล้วกว่า 49,000 ล้านบาท โดยมีพนักงานกว่า 13,000 คน และรองรับลูกค้าเฉลี่ย 500,000 คนต่อวัน
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท เปิดเผยว่า เวียดนามยังเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท จากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ขยายตัว การเติบโตของเมือง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ช่วงครึ่งแรกปี 2569 ขยายตัว 8.18% ขณะที่ไตรมาส 2 โต 8.39% และยอดค้าปลีกกับบริการผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 12.9% สะท้อนแรงส่งจากการบริโภคภายในประเทศ
ตลอดระยะเวลาที่เข้าไปลงทุน บริษัทใช้เงินลงทุนในเวียดนามแล้วกว่า 49,000 ล้านบาท จากเดิมที่เน้นธุรกิจค้าปลีก ค่อยๆ ขยายเป็นระบบธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งอาหาร สินค้าไม่ใช่อาหาร แบรนด์ไลฟ์สไตล์ และอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันรองรับลูกค้าเฉลี่ยราว 500,000 คนต่อวัน และมีพนักงานประมาณ 13,000 คน โดย 99.5% เป็นชาวเวียดนาม
โครงสร้างธุรกิจแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาหารที่มีทั้ง GO! Hypermarket, Tops Market, mini go! และ Lan Chi Mart ธุรกิจน็อนฟู้ดและร้านค้าแบรนด์แฟชั่น กีฬา และไลฟ์สไตล์ รวมถึงธุรกิจศูนย์การค้า GO! Mall ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมร้านค้าต่างประเทศกว่า 200 แบรนด์ และผู้ประกอบการท้องถิ่นกว่า 400 ราย
แผนขยายธุรกิจจากนี้จะไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่ให้น้ำหนักกับการเลือก “รูปแบบร้าน” ให้เหมาะกับทำเลและพฤติกรรมผู้บริโภค หรือ Right Format, Right Location และ Right Proposition โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดและเมืองรองที่ยังมีช่องว่างของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่อีกมาก
ด้านธุรกิจอาหาร ซึ่งถือเป็นหัวหอกสำคัญ จะเดินหน้าปรับบทบาท GO! Hypermarket ให้เป็นมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ด้วยการเพิ่มน้ำหนักสินค้าสด พร้อมพัฒนาพื้นที่เบเกอรี่และร้านอาหาร ขณะที่ mini go! จะเป็นรูปแบบหลักสำหรับรุกตลาดต่างจังหวัดและเมืองรอง ส่วน Tops Market จะเน้นพื้นที่เมืองและกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น
ด้านนายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด กล่าวว่า การมีรูปแบบร้านที่หลากหลายทำให้บริษัทสามารถปรับวิธีรุกตลาดให้สอดคล้องกับขนาดเมืองและกำลังซื้อในแต่ละพื้นที่ แทนที่จะใช้รูปแบบเดียวครอบคลุมทุกตลาด ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของการขยายธุรกิจค้าปลีกในประเทศที่มีความแตกต่างระหว่างเมืองขนาดใหญ่กับเมืองรองค่อนข้างมาก
สำหรับแผนลงทุนระยะถัดไป บริษัทตั้งเป้าภายในปี 2571 จะเปิด GO! Hypermarket เพิ่มอีก 10-12 สาขา และ mini go! Supermarket อีก 23-25 สาขา โดยเลือกทำเลที่มีศักยภาพใหม่ๆ ควบคู่กับการขยายธุรกิจน็อนฟู้ดและร้านค้าแบรนด์ไลฟ์สไตล์ เพื่อให้เครือข่ายเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น ล่าสุดในปี 2569 บริษัทเปิด mini go! สาขา Cu Chi เมื่อเดือน ม.ค. และ GO! Hypermarket สาขา Dan Phuong เมื่อเดือน ส.ค. สะท้อนทิศทางการขยายตัวที่เริ่มขยับออกจากหัวเมืองใหญ่เข้าสู่พื้นที่รอบนอกและเมืองรองมากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง บริษัทกำลังเร่งสร้างฐานลูกค้าผ่าน The 1 Vietnam ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 7.4 ล้านคน ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี และครอบคลุมทั้งธุรกิจอาหารและน็อนฟู้ด เพื่อเชื่อมโยงการซื้อสินค้าและบริการเข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอดระบบสมาชิกและการขายผ่านหลายช่องทางให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สิ่งที่น่าสนใจคือ การขยายธุรกิจครั้งนี้ไม่ได้อาศัยสินค้านำเข้าเป็นหลัก โดยกว่า 90% ของสินค้าที่วางจำหน่ายมาจากแหล่งผลิตในเวียดนาม