
ททท. คาดโกลเด้นวีกก.ย.-ต.ค. 69 โกยรายได้ทะลุ 1.15 หมื่นล้านบาทรับอานิสงส์นักท่องเที่ยวจีนแห่พักยาว 13 วันดันยอดใช้จ่ายพุ่งชี้เงินบาทอ่อนค่าแตะ 4.93 บาท/หยวนหนุนยอดทะลักเข้าไทย 2.5 แสนคนโต 24% ท่ามกลางสมรภูมิแข่งเดือดกับตลาดระยะไกล
น.ส. ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตามรายงาน "คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวจีน ช่วงเทศกาลวันหยุดวันชาติจีน (Golden Week)" ภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดวันชาติจีน ระหว่างวันที่ 25 ก.ย. ถึง 7 ต.ค. 2569 รวม 13 วัน มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 250,000 คน ซึ่งเติบโตขึ้น 24% จากปีที่ผ่านมา การเดินทางดังกล่าวคาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทยได้ราว 11,500 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 37% นอกจากนี้ หากพิจารณาเฉพาะช่วงวันหยุดวันชาติจีน ระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 2569 ประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น 21% หรือประมาณ 137,000 คน และจะสามารถสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวในช่วง 7 วันนี้ได้ประมาณ 4,200 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 35%
ปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อการเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญมาจากเทรนด์ “3 days off for 13 days” พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้มีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จากการลาพักผ่อนในช่วงว่างระหว่างเทศกาลไหว้พระจันทร์ตั้งแต่วันที่ 25-27 ก.ย. 2569 และเชื่อมต่อกับวันหยุดวันชาติจีนระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 2569 พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนได้ขยายระยะเวลาพำนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 13 วัน จากเดิมที่เฉลี่ยเพียง 8 วันต่อทริป ซึ่งการพักที่ยาวนานขึ้นนี้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนให้ค่าใช้จ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยวปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับสถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินหยวน โดย ณ วันที่ 1 ก.ย. 2569 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 4.93 บาทต่อหยวน ตัวเลขดังกล่าวอ่อนค่าลง 9.8% จากปีที่แล้ว ทำให้ต้นทุนการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยลดลง และช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของไทยในช่วงเทศกาลนี้ได้เป็นอย่างดี
ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ทิศทางการฟื้นตัวดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขการจองล่วงหน้าและเที่ยวบินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยตลาดจีนมียอดจองล่วงหน้าผ่านระบบ ForwardKeys ในช่วงเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 16% และมีพฤติกรรมเดินทางเข้ามาสูงสุดในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. 2569 ขณะที่การค้นหาเที่ยวบินจากจีนมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 5 เมืองต้นทางที่มีการค้นหาสูงสุดคือ เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เฉิงตู หางโจว และฉงชิ่ง ด้านรายงานจาก Umetrip ชี้ว่ายอดจองบัตรโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้น 11% ในขณะที่ CITIC ระบุว่ายอดจองช่วงวันชาติจีนล่วงหน้าเติบโตสูงกว่าปีที่แล้วถึง 70% ทั้งนี้ ยังมีการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากจีนเข้าไทยถึง 6 เส้นทางในช่วงเดือน ก.ย. ถึง ต.ค. 2569 เพื่อรองรับความต้องการ ได้แก่ สายการบิน Air China (ปักกิ่ง-สุวรรณภูมิ), Air Travel (ฉางซา-สุวรรณภูมิ), Lucky Air (คุนหมิง-อุดรธานี), Juneyao Airlines (เซี่ยงไฮ้-เชียงใหม่ และเซี่ยงไฮ้-ภูเก็ต) และ Thai Airways International (เซี่ยเหมิน-สุวรรณภูมิ)
แม้แนวโน้มตลาดจะสดใส แต่ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนทิศทางสู่ตลาดระยะไกล (Shift Destination to Long-haul) ผลจากการมีวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 13 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหันไปเน้นทริประยะยาวและการท่องเที่ยวหลายจุดหมายปลายทางมากขึ้น โดยข้อมูลจาก Qunar Travel ชี้ว่ายอดจองตั๋วเครื่องบินไปยังประเทศระยะไกลพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่น บราซิลเพิ่มขึ้น 3.6 เท่า โปรตุเกสเพิ่มขึ้น 2 เท่า เบลเยียมเพิ่มขึ้น 1.8 เท่า และแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า อย่างไรก็ดี ไทยยังคงรักษาสถานะการเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของตลาดระยะใกล้ ร่วมกับโซล ฮ่องกง ไทเป สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์