
นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 ผ่านเอกสารข่าวหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำฟ้องไว้พิจารณา กรณีมีข้อพิพาทในการดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดกสทช. ว่า ขอน้อมรับและเคารพคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด และเห็นว่าทุกฝ่ายควรเคารพกระบวนการยุติธรรมและให้ข้อยุติทางกฎหมายเป็นหลักในการเดินหน้าต่อไป
วันเดียวกัน ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคดีนพ.สรณฟ้องคณะกรรมการสรรหากสทช. ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหากสทช.ซึ่งวินิจฉัยว่านพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้น ไว้พิจารณา และให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ก่อนก่อนการพิพากษาคดีเสร็จสิ้น โดยศาลให้เหตุผลว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาย่อมมีผลกระทบต่อสถานภาพของนพ.สรณ ทำให้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย การแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนจึงต้องมีคำบังคับของศาลให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา นพ.สรณจึงเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง อุทธรณ์ของนพ.สรณฟังขึ้น
นพ.สรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนี้ไปสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องของบุคคล แต่คือการทำให้กสทช.สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เดินหน้าพิจารณาภารกิจสำคัญที่ยังรอการดำเนินการ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบ จึงขอความร่วมมือจากกสทช.ทุกคน ให้กลับมาร่วมปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมการประชุมกสทช.โดยพร้อมเพรียงกัน และขอให้วางข้อขัดแย้งและความคิดเห็นที่แตกต่างไว้เบื้องหลัง และกลับมาทำหน้าที่ตามที่กฎหมายมอบหมายให้ดีที่สุด ผมพร้อมทำงานร่วมกับบอร์ดกสทช.ทุกคน โดยเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง วันนี้จึงไม่ควรเป็นวันที่มีผู้แพ้หรือผู้ชนะ แต่ควรเป็นวันที่กสทช. กลับมาร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าต่อไปได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 2 ก.ย. 2569 สำนักงานกสทช.ยังได้จัดให้มีการประชุมบอร์ดครั้งที่ 7 หลังจากที่คณะกรรมการสรรหากรรมการกสทช. มีมติให้นพ.สรณพ้นจากกรรมการกสทช.เพราะมีลักษณะต้องห้าม โดยนพ.สรณได้เข้าประชุม โดยมีนายต่อพงศ์ เสลานนท์และพล.ต.อ. ณัฐธร เพราะสุนทร เข้าประชุมออนไลน์ ส่วนนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลาประชุม เป็นครั้งที่ 6 จากการประชุม 7 ครั้ง ขณะที่บอร์ด 3 คน ได้แก่ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นายศุภัช ศุภชลาศัย และน.ส.พิรงรอง รามสูต ไม่เข้าประชุม โดยน.ส.พิรงรอง โพสต์เฟซบุ๊กอยู่ที่สำนักงานกสทช. พร้อมประชุมร่วมกับกสทช. 6 คนตามกฎหมาย จนเวลาประมาณ 10.30 น. องค์ประชุมไม่ครบ นพ.สรณจึงแจ้งเลื่อนประชุมไปเป็นช่วงบ่ายของวันที่ 3 ก.ย.2569
ด้านพล.อ.ท. ธนพันธุ์ เปิดเผยว่า ยังคงยืนในหลักการไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ตราบใดที่ศาลปกครองชั้นต้นยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้นพ.สรณปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ เนื่องจากพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 15/1 ระบุคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถือเป็นสิ้นสุด ตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ตนมองว่าประธานกสทช. ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่น.ส.พิรงรอง โพสต์เฟซบุ๊ก ได้หารือร่วมกับทีมที่ปรึกษากฎหมายและเห็นตรงกันว่า คำสั่งดังกล่าวช่วยปลดล็อกให้เกิดความกระจ่างสำหรับ กสทช. เพื่อทำงานต่อไปได้ การที่คำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ศาลปกครองกลางรับฟ้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากสทช.เป็นที่สุดและมีผลต่อผู้ฟ้องคดีแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงต้องพ้นจากตำแหน่งประธานกสทช.และเกิดสิทธิในการฟ้องต่อศาลปกครองว่าการออกคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
“ด้วยผลจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุด จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. จะจัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ตามมาตรา 20 ของพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ”