
เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้จัดงานเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการ หลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569 โดยมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 1.3 ล้านคน และจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค. 2569
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เปิดเผยว่า AI เป็นภารกิจสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570 เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 สัดส่วนประชากรวัยทำงานของไทยที่ใช้ Generative AI เพิ่มขึ้นเป็น 12.4% จาก 9.1% หรือเติบโต 36.4% สะท้อนว่าคนไทยให้ความสนใจและเริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่อัตราการใช้งานของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 17.8% และยังห่างจากประเทศที่มีการนำ AI ไปใช้อย่างแพร่หลาย เช่น สิงคโปร์ ซึ่งอยู่ที่ 63.4%
“หากมีคนใช้งาน AI ครบตามสิทธิ์ 5 ล้านคนภายใต้โครงการนี้ จะทำให้อัตราการใช้งาน AI ของคนไทยขยับขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% ไปอยู่ที่ 23%”
ทั้งนี้ในจำนวน 1.3 ล้านคนที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่าสุด ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่กรุงเทพมหานครประมาณ 250,000 คน ขณะที่คนลงทะเบียนจองสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายไชยชนกอยู่ที่ 16,000 คน และจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นพื้นที่ของน.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี ประมาณ 30,000 คน
นายไชยชนก กล่าวว่า อายนิดหน่อยที่จำนวนคนลงทะเบียนจองสิทธิ์ที่บุรีรัมย์มีจำนวนน้อย แต่เป็นจำนวนที่ปล่อยตามธรรมชาติ คิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะต้องผลักดันหรือเข้าไปกระตุ้นคนในพื้นที่อย่างจริงจัง เพราะอยากให้คนที่ลงทะเบียนเป็นคนที่อยากใช้จริงก่อน “เปิดตัว 2 วันแรก คนลงทะเบียนพุ่งไป 1 ล้านคน จากนั้นยอมรับว่ายอดค่อนข้างเอื่อย หากยอดยังไม่เดินไปอีกสักระยะ อาจถึงเวลาที่จะขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ช่วยผลักดัน รวมทั้งการขับเคลื่อนผ่านส.ส.ของพรรค ซึ่งโครงการนี้เป็นนโยบายที่ต้องช่วยกันทำให้เกิดผลอยู่แล้ว”
ส่วนกรณีที่โครงการ TH AI Passport อาจถูกตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งอาจกระทบต่อบริษัทไมโครซอฟท์และกูเกิล ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการกระทำทุจริต (FCPA)ของอเมริกานั้น นายไชยชนก กล่าวว่า ตอบแทนไมโครซอฟท์และกูเกิลไม่ได้ แต่การที่ทั้งไมโครซอฟท์และกูเกิลมาร่วมงานและขึ้นเวทีในวันนี้ น่าจะแสดงให้เห็นว่าทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และเชื่อว่าบริษัทระดับนี้จะต้องทำทุกอย่างใต้กฎหมายแน่นอน
ทั้งนี้ โครงการ TH-AI Passport ตั้งเป้าเปิดโอกาสให้คนไทยสูงสุด 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI โปรเป็นเวลา 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. 2570 โดยเป็น AI โปรจากบริษัทชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล เช่น GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, Claude Opus 5, Gemini Pro, Nano Banana Pro, Lyria 3 Pro, Sonar Reasoning Pro, Seedream 4.0 และ Seedance 2.0 โดยงานนี้มีผู้แทนจากไมโครซอฟท์ กูเกิล และ NVIDIA เข้าร่วม พร้อมด้วยผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และประกาศความร่วมมือในการส่งเสริมความรู้และทักษะด้าน AI ให้แก่ประชาชน