“เอกนิติ” เป็นงง บริษัทส่งออกแสนล้านตกสำรวจ ดัชนีอุตสาหกรรมไทยผิดเพี้ยน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“เอกนิติ” เป็นงง บริษัทส่งออกแสนล้านตกสำรวจ ดัชนีอุตสาหกรรมไทยผิดเพี้ยน

Date Time: 26 ส.ค. 2569 07:25 น.

Video

อวสานค่านิยมเก่า? "ซื้อบ้าน vs เช่าบ้าน" ทางเลือกไหนตอบโจทย์คนรุ่นใหม่! | Money Issue EP.62

Summary

“เอกนิติ” สั่งหน่วยงานเศรษฐกิจ สังคายนาข้อมูลการคำนวณตัวเลขภาคอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมด หลังพบสถิติ 3 ปีไม่สะท้อนความจริง เหตุใช้ฐานข้อมูลเก่าจนบริษัทส่งออกระดับแสนล้านตกสำรวจ หวังได้ข้อมูลที่แม่นยำและช่วยลบล้างข้อกล่าวหาว่าไทยเป็นเพียงประเทศทางผ่านสินค้า (Transhipment) ด้าน สศช. หนุนเปลี่ยนไปใช้ระบบ Chain Volume Measure (CVM) เพื่อให้ตัวเลขสะท้อนโครงสร้างการผลิตยุคใหม่อย่างแท้จริง

Latest


นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานเศรษฐกิจร่วมกันปรับปรุงฐานข้อมูลดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ให้สอดคล้องกับสภาพจริงของการผลิตในประเทศ จากการติดตามตัวเลขพบว่ากลุ่มตัวอย่าง 2,000 บริษัทที่ใช้คำนวณผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ไม่สะท้อนภาพจริงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่ได้รวมกลุ่มโรงงานส่งออกในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งหลายแห่งมีมูลค่าผลิตและส่งออกกว่าแสนล้านบาทต่อปี ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โรงงานผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนการผลิตชิ้นส่วนสำคัญในซัพพลายเชนของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น โรงงานผลิตอุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลด้วยแสง เป้าหมายการปรับปรุงจะต้องแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ดัชนีการผลิตไทยถูกต้องเป็นปัจจุบัน ยังช่วยลบล้างข้อกังขาของสหรัฐอเมริกาที่มองว่าไทยเป็นเพียงประเทศทางผ่านสินค้าจากจีน (Transhipment)

โดยความจำเป็นในการปรับปรุงตัวเลขนี้ยังสอดคล้องกับรายงานดัชนีผลผลิตภาคการผลิต (Manufacturing PMI Output Index) ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ของ S&P Global ที่สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมไทยบนเวทีโลก รายงานชี้ว่าดัชนีของไทยพุ่งทะลุโซนขยายตัวเหนือระดับ 50 ทิ้งห่างคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น รวมถึงมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนแผ่นดินใหญ่อย่างชัดเจน ข้อมูลระดับสากลนี้ยืนยันศักยภาพที่แท้จริงของไทย การเร่งปรับฐานข้อมูลจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ตัวเลขเศรษฐกิจสะท้อนความจริงและสอดคล้องกับความเชื่อมั่นในเวทีโลก

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยระบุถึงความผิดปกติของตัวเลขปัจจุบันว่า การส่งออกไทยขยายตัวสูงถึง 17-20% แต่ตัวเลขการผลิตกลับไม่ปรับเพิ่มในทิศทางเดียวกัน จนเกิดข้อสงสัยว่าประเทศไทยอาจเป็นเพียงจุดแวะพักสินค้ามากกว่าฐานการผลิตจริง สาเหตุหลักมาจากวิธีคำนวณ MPI ปัจจุบันที่ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะการใช้ราคาปีฐานตายตัวซึ่งอิงราคาปี 2564 อีกทั้งโครงสร้างน้ำหนักยังไม่สอดคล้องความจริง ตัวอย่างเช่น ในอดีตอุตสาหกรรมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมีน้ำหนักคำนวณสูง แต่ปัจจุบันสัดส่วนผลิตลดเหลือเพียง 40% ทำให้โครงสร้างเดิมสะท้อนภาพรวมไม่ได้เต็มที่ นอกจากนี้ดัชนียังขาดความครอบคลุมกลุ่มโรงงานหรืออุตสาหกรรมใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างเพียงพอ

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาคือการเปลี่ยนวิธีคำนวณไปใช้ระบบ Chain Volume Measure หรือ CVM แทนการใช้ปีฐานตายตัวแบบเดิม ซึ่งระบบ CVM จะอิงราคาจากปีที่แล้ว ทำให้มีความเป็นพลวัตและตอบสนองการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า วิธีนี้เป็นมาตรฐานที่ สศช. ใช้คำนวณ GDP โดยการปรับปรุง MPI ครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ในหลายมิติ ทั้งการตอบโจทย์ความโปร่งใสระหว่างประเทศ ช่วยชี้แจงข้อกังวลเรื่องสินค้าทางผ่านจากจีน และให้เห็นข้อมูลการผลิตจริงของอุตสาหกรรมใหม่ที่บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย อีกทั้งยังช่วยให้ภาครัฐมองเห็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งเพื่อเข้าไปสนับสนุนและอำนวยความสะดวกได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกันก็สามารถให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่เปราะบางและเริ่มชะลอตัวเพื่อวางมาตรการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

นายดนุชา กล่าวว่า แม้การหารือร่วมกันหลายครั้งจะมีจุดที่ติดขัดอยู่บ้าง แต่หากทุกหน่วยงานปรับมาใช้ระบบเดียวกัน จะทำให้ตัวเลขสะท้อนความจริงและครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น การปรับวิธีจัดทำ MPI จึงถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการยกระดับสถิติภาคอุตสาหกรรมของไทย ให้เป็นฐานข้อมูลที่แม่นยำสำหรับภาครัฐในการกำหนดนโยบายและมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไปอย่างยั่งยืน

 




Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ