
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 ระหว่างการแถลงข่าวความคืบหน้าการลงทะเบียนล่วงหน้าโครงการ TH AI Passport ว่า ต่อข้อกังวลเรื่องความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลนั้น ในฐานะที่กระทรวงดีอีเป็นผู้กำกับดูแลพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยตรง ย่อมให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด “การประมวลผลคำสั่งหรือ Prompt ที่ต้องส่งไปยังต่างประเทศเป็นไปตามกลไกปกติ เนื่องจากผู้พัฒนา AI อยู่ในต่างประเทศ ขณะที่การยืนยันตัวตน ซึ่งทำผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือ "ThaID" มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการลงทะเบียนซ้ำ โดยเมื่อพิสูจน์ตัวตนเสร็จสิ้น ขั้นตอนการระบุตัวบุคคลจะจบลงทันที ไม่มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเชื่อมโยงกับการประมวลผลคำถามในระบบแชตแต่อย่างใด
ส่วนการส่งคำสั่งไปประมูลผลยังต่างประเทศนั้น ในขอบเขตของงาน (ทีโออาร์) ได้ระบุข้อตกลงชัดเจน ห้ามผู้รับจ้างและบริษัท AI ต่างชาตินำคำถาม คำตอบ หรือข้อมูลการประมวลผล ไปจัดเก็บเพื่อใช้ฝึกฝน (Train) หรือพัฒนาต่อยอดโมเดล AI ของตนเองเด็ดขาด ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการใช้งาน AI เวอร์ชันฟรีทั่วไป เช่น ChatGPT ที่มักนำข้อมูลผู้ใช้กลับไปฝึกฝนต่อ "มั่นใจว่ามาตรฐานรักษาความปลอดภัยของเรามีความพร้อมและดีที่สุดในประเทศ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือพบระบบมีปัญหา เรามีมาตรการเด็ดขาดหยุดการทำงานทันทีเพื่อเร่งแก้ไข"
กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องชื่อโดเมนเนมของระบบที่ยังไม่ได้ใช้นามสกุล .go.th นั้น ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงการเปิดลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-registration) ยังไม่ใช่การเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ จึงใช้นามสกุลโดเมนอื่นชั่วคราว แต่เมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ โดเมนเนมจะเปลี่ยนเป็น .go.th ตามมาตรฐานภาครัฐ
ด้านนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สดช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจากบริหารจัดการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ที่สดช. ดูแลหน่วยงานราชการ 1,200 แห่ง และระบบงานกว่า 4,000 ระบบทั่วประเทศ ไม่เคยมีประวัติเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล สิ่งนี้ช่วยยืนยันความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี
ส่วนสัญญาแนบท้ายข้อ 2.2 ของโครงการว่า มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการส่งเสริมให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูล เช่น ชื่อ นามสกุล ข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI เช่น คำสั่งให้ AI ทำงาน ถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย "โครงการนี้เป็นการจัดซื้อจัดจ้าง AI ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนหลายล้านคน เราใช้เวลาเตรียมเป็นปี และจะนำทุกบทเรียนและความกังวลมาปรับปรุงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ"
ทั้งนี้หลังกระทรวงดีอีเปิดให้จองสิทธิ์เพื่อร่วมโครงการ TH AI Passport ใช้โมเดล AI ระดับโปรฟรี เป็นเวลา 1 ปี เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ณ เวลา 13.30 น. วันที่ 21 ส.ค. 2569 มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 1,132,469 ราย จากจำนวนสิทธิ์ที่รัฐบาลเปิดให้ 5 ล้านคน