"กลุ่มสามารถ" เปิดตัวทัพทายาทเจน 3 บุกธุรกิจโลกใหม่ AI, EV และหุ่นยนต์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"กลุ่มสามารถ" เปิดตัวทัพทายาทเจน 3 บุกธุรกิจโลกใหม่ AI, EV และหุ่นยนต์

Date Time: 18 ส.ค. 2569 07:00 น.

Video

เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72

Summary

กลุ่มสามารถรุกธุรกิจใหม่ด้าน AI, สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ให้บริษัท

  • เปิดตัวทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลวิไลลักษณ์ 5 คน เข้ามาช่วยบริหารงานเพื่อดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่องค์กร
  • ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้ 5,679 ล้านบาท และกำไร 280 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) รวม 14,889 ล้านบาท และเตรียมเข้าประมูลโครงการใหม่มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
  • ตั้งเป้าผลักดันยอด Backlog สิ้นปี 2569 ให้ถึง 20,000 ล้านบาท โดยเน้นงานด้าน Digital Transformation และระบบโครงสร้างพื้นฐาน

Latest


 นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ว่า ในโอกาสครบรอบ 71 ปี กลุ่มสามารถยังคงแสวงหาการเติบโตใหม่ๆ ขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) ได้แก่ ธุรกิจ AI, ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และธุรกิจหุ่นยนต์ (Robotics)

“ที่เปิดตัวไปแล้วได้แก่ ธุรกิจ Private AI ซึ่งเราทดลองใช้ภายในก่อนและขณะนี้พร้อมแล้วที่จะให้บริการลูกค้าที่สนใจ ส่วนธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า จะเริ่มต้นจากการให้บริการสถานีชาร์จแบตตารี่ ซึ่งจะทำร่วมกับกลุ่มการไฟฟ้าทั้ง 3 การ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนหน้า ส่วนธุรกิจหุ่นยนต์ กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะจับมือร่วมกับหุ่นยนต์จากค่ายจีน น่าจะมีความคืบหน้าในปี 2570”


กลุ่มสามารถยังได้เปิดตัวผู้บริหารรุ่นใหม่เจนเนอเรชัน 3 ของครอบครัววิไลลักษณ์ ประกอบด้วย นายรัฐนันท์ วิไลลักษณ์ น.ส.พรชนก วิไลลักษณ์ นายชัยชนก วิไลลักษณ์ น.ส.พัทธนันท์ วิไลลักษณ์ และนายนิธินันท์ วิไลลักษณ์  โดยคาดหวังว่ากลุ่มทายาทเจน 3 ที่เข้ามาช่วยงานครอบครัวเต็มตัว จะช่วยดึงคนรุ่นใหม่ให้มาสมัครงานมากขึ้น

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 5,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% และมีกำไร 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉพาะไตรมาส 2 มีรายได้รวม 2,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% กำไร 141 ล้านบาท เป็นการกำไรติดต่อกัน 8 ไตรมาสติด สะท้อนการเติบโตของธุรกิจหลักและการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่าง ๆ โดยปัจจุบันมีโครงการที่ทยอยรับรู้รายได้ (Backlog) รวม 14,889 ล้านบาท และเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าผลักดัน Backlog สิ้นปีแตะ 20,000 ล้านบาท

“ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกสะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจหลักและการรับรู้รายได้จากโครงการที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารโครงการ และการส่งมอบงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และมุ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญของแต่ละสายธุรกิจ โดยมองหาโอกาสจากโครงการและธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับศักยภาพของกลุ่มบริษัท ขณะเดียวกันยังติดตามปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม


สำหรับสายธุรกิจ Digital ICT Solutions ภายใต้ บมจ.สามารถเทลคอม หรือ SAMTEL ยังคงเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท โดยในไตรมาส 2 สามารถลงนามโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรองค์กร จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และโครงการพัฒนาระบบการรังวัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ กับกรมที่ดิน เป็นต้น มูลค่ารวม 2,358 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 2 มี Backlog 7,997 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นงานเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (Digital Transformation) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับองค์กร พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านระบบงานภาครัฐ รวมถึงพัฒนาโซลูชันใหม่ อาทิ AI, Cybersecurity, ERP และ Cloud เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่

สายธุรกิจ Utilities & Transportation มี Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 6,738 ล้านบาท โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของธุรกิจก่อสร้างโครงการสายส่ง และสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจรภายใต้ บริษัท เทด้า จำกัด (TEDA) รวมถึงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ด้านธุรกิจการบริหารจัดการจราจรทางอากาศของบมจ. สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) แม้ปริมาณเที่ยวบินในไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในบางช่วงเวลา แต่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นหากสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย รวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเที่ยวบิน โดยเฉพาะเที่ยวบิน Overflight จากเวียดนามที่เพิ่มขึ้น 24 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สายธุรกิจ Digital Communications ภายใต้ บมจ.สามารถดิจิตอล หรือ SDC มีรายได้ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น จากการรับรู้รายได้และการติดตั้งอุปกรณ์ในโครงการจัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย โดยมี Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 154 ล้านบาท

“ปัจจุบันกลุ่มบริษัทสามารถมี Backlog รวม 14,889 ล้านบาท ซึ่งเป็นฐานรายได้ที่จะทยอยรับรู้ในอนาคต พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ระหว่างเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งงานดิจิทัล ไอซีที, ระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐาน, ระบบรักษาความปลอดภัย และโซลูชันบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับงานใหม่และเสริมความแข็งแกร่งของ Backlog ในระยะยาว ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายผลักดัน Backlog ณ สิ้นปี 2569 ให้ทะลุ 20,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต”

 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ