
มีหลายคนตั้งขอสังเกตกับ “มิสเตอร์พี” ว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีข่าวคราวการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกบ่อยครั้งขึ้น และแต่ละครั้งค่อนข้างรุนแรง เรายังเห็นน้ำท่วมใหญ่ในหลายประเทศ เช่น ล่าสุดอุทกภัยรุนแรงในญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศในแถบยุโรปกลับเผชิญกับคลื่นความร้อน แสดงถึงความแปรปรวนของภูมิอากาศโลกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ในประเทศไทย เรากำลังให้ความสนใจกับปรากฏการณ์ ระเบิดฝน หรือ Rain Bomb คือภาวะฝนตกหนักรุนแรงในพื้นที่จำกัดและเวลาอันสั้น จนเกินความสามารถการระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่เมือง เหมือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่เชียงราย พื้นที่ภาคอีสาน รวมทั้งน้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ ในปีที่ผ่านมา
นอกจากนั้น หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า เรายังมีปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” หรือ El Niño ที่อาจรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปีรออยู่ โดยเริ่มส่งผลชัดเจนในปลาย ปี 69 และเป็นไปได้ว่าจะยังคงอยู่ต่อในปี 70
องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงถึง 63% ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะพุ่งสูงกว่าปกติเกิน 2 องศาเซลเซียส ขณะที่ มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดได้จัดอันดับ 220 เมืองใหญ่ทั่วโลก พบว่าเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เกซอนซิตี้ ในฟิลิปปินส์ โฮจิมินห์ซิตี้ ในเวียดนาม และเมืองบันดุง ในอินโดนีเซีย เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูง
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญ จะทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติ อุณหภูมิสูงขึ้นในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ และเป็นไปได้ว่าปีนี้เราจะไม่ได้เผชิญกับอากาศหนาวเลยในช่วงปลายปี
ภัยแล้งอาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว อ้อย และพืชอื่นๆลดลง รวมทั้งต้อง ระวังความเพียงพอของน้ำพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อากาศที่แห้งแล้งยังเพิ่ม ความเสี่ยงของไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน เรายังลืม Rain Bomb ไปไม่ได้ เพราะอากาศที่ร้อนจัดสามารถก่อให้เกิดปรากฏการณ์ Rain Bomb ขึ้นได้ ดังนั้นนอกจากเราอาจจะไม่เจอกับหน้าหนาวแล้ว ยังต้องระวังน้ำท่วมฉับพลันอีกด้วย
ความแปรปรวนของภูมิอากาศนี้ เป็นศัตรูอย่างยิ่งกับเป้าหมายของไทยที่ต้องการเป็น “แหล่งผลิตอาหาร” ของโลก และหากเราไม่เตรียมการรองรับให้ดีในระยะยาว อาจจะกระทบแม้กระทั่ง “ความมั่นคงทางอาหาร” ของประเทศไทยเอง ดังนั้นถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลจะต้องเร่ง “เสริมศักยภาพ” ของเกษตรกรไทย
วันนี้รัฐบาลเน้นลงทุนเพื่อเสริมทักษะ AI ให้กับแรงงานให้หลายอุตสาหกรรม แต่ที่รัฐบาลต้องไม่ลืมให้ความสำคัญกับการเสริมทักษะของเกษตรไทย เราพูดถึงการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ พูดถึงการนำเครื่องจักรอัจฉริยะมาใช้ลดต้นทุนการผลิต พูดถึงการใช้เทคโนโลยีพยากรณ์ฝนฟ้า ภัยธรรมชาติ เพื่อลดความเสียหายของผลิตผลทางการเกษตร
ถึงเวลาที่ต้องเร่งทำให้เร็วขึ้นแล้ว เพราะการลงทุนกับภาคเกษตร ซึ่งยังคงเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นจุดแข็งด้านความมั่นคงทางอาหาร จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อการขยายฐานเศรษฐกิจและความกินดีอยู่ดีของคนไทยในอนาคต.
มิสเตอร์พี
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม