
เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้ไทยต้องเร่งหาจุดสมดุลท่ามกลางการแตกขั้วของเศรษฐกิจโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ “อนาคตเศรษฐกิจไทยกับโจทย์ใหม่ในการพิจารณาคดีชำนัญพิเศษ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์โลกยังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอนสูง ต้องเผชิญความท้าทายหลากหลายวิกฤตโดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตพลังงาน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีการแตกขั้วชัดเจนมากระหว่างสหรัฐฯกับจีน บังคับให้มีการเลือกข้าง ซึ่งต้องหาจุดสมดุลระหว่างกันให้ได้
นอกจากนี้ยังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ก็มีจำนวนมาก ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ให้เกิดความรวดเร็ว ซึ่งทุกฝ่ายต้องปรับตัวให้พร้อม ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยเชื่อว่า AI จะช่วยนักกฎหมาย ศาลทำงานได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ส่วนสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและสิ่งแวดล้อม ที่ทุกวันนี้จะพบเจอเหตุการณ์ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคม ภาวะสิ่งแวดล้อม ด้วยการหันมาใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบทั้งเศรษฐกิจและสังคม หลายประเทศนำเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นข้อกีดกันทางการค้า ทำให้ประเทศไทย ต้องเร่งเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไปสู่พลังงานสะอาด
สำหรับประเด็นแรงงาน โดยเฉพาะไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ไทยต้องพึ่งพาแรงงานจากเพื่อนบ้าน การนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ มีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งทุนเทา หรือไม่เทา การหลอกลวงแรงงาน ผ่านการใช้ AI ดัดแปลงภาพและเสียง ศาลก็ต้องช่วยพิจารณาคดีแรงงานด้วยความรวดเร็ว ด้วยบริบทที่เข้าใจ
“เมื่อบริบทต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป ทุกฝ่ายก็ต้องปรับตัว รองรับการเปลี่ยนผ่าน ศาลก็เช่นเดียวกัน ก็ต้องเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่าน การทำความเข้าใจกับสถานการณ์ การนำ AI มาใช้ ประกอบการพิจารณาคดี เชื่อว่าความเข้าใจและรวดเร็วของศาลในการตัดสินคดีต่างๆ จะช่วยเสริมฐานความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจไทยและทำให้เศรษฐกิจไทยมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น”