
นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แก้ไขกฎหมาย กบข. เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เคยออกจากสมาชิก กบข.ไปแล้ว สามารถกลับมาสมัครใหม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีเงินออมสะสมอยู่เยอะ หลังจากที่ผ่านมาได้เดินทางลงพื้นที่ จีไอเอฟ ฟันด์ แฟร์ พบปะสมาชิก กบข.ในต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต และขอนแก่น ได้รับฟังความเห็นจากสมาชิกที่ลาออกไปแล้วหลายราย สนใจกลับเข้ามาเป็นสมาชิกอีกครั้ง เพราะกังวลหากมีเงินเก็บจะบริหารไม่เป็น หรือถูกมิจฉาชีพหลอกลวงจนหมดตัวได้ โดยปัจจุบันมีสมาชิก 1.2 ล้านคน มีเงินกองทุนราว 1.5 ล้านล้านบาท
“ทุกวันนี้การหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพน่ากลัวมาก มีการหลอกในหลายรูปแบบ ทำให้คนไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อได้รับความเสียหาย บางคนถูกหลอกจนหมดตัวเลยก็มี ดังนั้น ผู้สูงวัยที่เคยเป็นสมาชิก สนใจกลับมาสมัครกับ กบข.อีกครั้ง แต่ตอนนี้กฎหมาย กบข.ยังไม่เปิดให้สมาชิกที่ลาออกไปแล้วกลับมาสมัครใหม่ได้ เพียงแต่เปิดให้ข้าราชการที่ครบวัยเกษียณสามารถเลือกออมต่อกับ กบข.ได้หลังเกษียณ”
นายศรพล กล่าวต่อว่า สำหรับผลการบริหารกองทุนในช่วง 7 เดือนปีนี้ สูงราว 7.2-7.3% และเชื่อว่า ด้วยกลยุทธ์การบริหารพอร์ตที่กระจายการลงทุนจะทำให้ผลตอบแทนทั้งปีไม่ต่ำไปกว่านี้ ส่วนผลตอบแทนรวมอยู่ที่ 7.2% - 7.3% ถือว่าเป็นระดับที่น่าพอใจและดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยเป้าหมายหลักยังคงเน้นการสร้างผลตอบแทนระยะยาว เพื่อให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2% ได้ สำหรับแผนการลงทุนทั่วไป จะกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม หากสมาชิกเลือกเน้นลงทุนในหุ้นไทยเองอาจมีสัดส่วนได้ถึง 35% ตามความสมัครใจ
“ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นโลกในปีที่ผ่านมาคือกระแสเอไอ ซึ่ง กบข. ได้ลงทุนในกลุ่มนี้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีการกระจายการลงทุนไปทั้งในกลุ่มผู้ผลิตชิป รวมถึงกลุ่มหน่วยความจำ แต่ก็มีการบริหารความเสี่ยงอยู่ตลอด ไม่ให้หุ้นบางตัวสูงเกินจริง”
ส่วนมุมมองต่อตลาดหุ้นไทย กบข. มองว่าขณะนี้เป็นจังหวะที่น่าสนใจเนื่องจากราคาหุ้นไทยต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นมานานกว่า 3 ปี ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มมีความกังวลเรื่องฟองสบู่เอไอ แต่ตลาดไทยกลับไม่มีความเสี่ยงดังกล่าว ทำให้กลายเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน โดยปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดเงินทุนต่างชาติให้กลับเข้าสู่ไทยมี 3 ประการหลักที่เริ่มเห็นสัญญาณบวก ได้แก่ 1.การมีโครงการใหญ่ๆ หรือทิศทางประเทศที่ชัดเจนเพื่อดึงดูดการลงทุน 2. ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเริ่มกลับมา และมีการจ่ายเงินปันผล และ 3. การจัดการปัญหาความโปร่งใสในตลาดทุน