
EXIM BANK ลงพื้นที่รับฟังปัญหาผู้ประกอบการทั่วประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ดำเนินโครงการ “เอ็กซิม เยี่ยมลูกค้า สร้างโอกาส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยมอบนโยบายให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลลูกค้าให้ออกเยี่ยมผู้ประกอบการทุกราย เพื่อขอทราบปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การกีดกันทางการค้า ที่ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจปรับสูงขึ้นทั้งต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการแต่ละรายจะได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน ธนาคารจะนำผลการรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการทั่วประเทศมาพัฒนามาตรการและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างตรงจุด เพราะธุรกิจแต่ละประเภทได้รับผลกระทบไม่เหมือนกัน การช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพจึงต้องเริ่มจากการเข้าใจสถานการณ์จริงของลูกค้า
“การเข้าถึงลูกค้าตั้งแต่เริ่มเห็นสัญญาณความเสี่ยง จะช่วยให้สามารถให้คำปรึกษาและสนับสนุนทางการเงินได้อย่างทันท่วงที ช่วยป้องกันการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) หรือหนี้เสีย และสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในระยะยาว ผลจากการพบลูกค้าพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงาน วัตถุดิบปิโตรเคมี และค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง เส้นทางขนส่งสินค้าต้องเปลี่ยนไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ประเทศแอฟริกาใต้ ทำให้ต้นทุนและระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงพยายามตรึงราคาสินค้าเพื่อรักษาฐานลูกค้า พร้อมปรับกลยุทธ์ด้วยการขยายตลาดใหม่ ขอให้คู่ค้าสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้านานขึ้น และบริหารกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ”
นายชลัช กล่าวต่อว่า เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการผ่านพ้นความผันผวนในช่วงเวลานี้ เอ็กซิมแบงก์ ในบทบาท Export Co-pilot จึงออกมาตรการเพิ่มสภาพคล่องแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง โดยขยายระยะเวลาชำระหนี้สูงสุด 365 วัน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยลง 20% จากอัตราเดิมในช่วงที่ได้รับการขยายเวลา รวมทั้งพร้อมสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไม่เกิน 3.99% ต่อปี ตามความจำเป็นของแต่ละกิจการ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาสภาพคล่อง เดินหน้าธุรกิจ และคว้าโอกาสใหม่ในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง