จัดทัพคู่ขนาน! ปิดดีลท่องเที่ยวจีน นายกฯส่ง "สีหศักดิ์-ไชยชนก" ช่วยหนุน ททท.

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จัดทัพคู่ขนาน! ปิดดีลท่องเที่ยวจีน นายกฯส่ง "สีหศักดิ์-ไชยชนก" ช่วยหนุน ททท.

Date Time: 31 ก.ค. 2569 06:00 น.

Summary

รัฐบาลไทยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศ 5.13 ล้านคนในปี 2569 สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 288,385 ล้านบาท

  • ททท. เจรจา 'ซื่อชวน แอร์ไลน์ส' เพื่อเพิ่มเที่ยวบินตรงจากเมืองสำคัญในภาคตะวันตกของจีนสู่เมืองท่องเที่ยวของไทย
  • กระทรวงดีอีผลักดันโครงการ Travel Link และการชำระเงินดิจิทัลผ่าน Alipay และ WeChat Pay โดยเน้นความปลอดภัยตามกฎหมายไทย
  • ททท. ลงนาม LOI กับ 5 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ของจีน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงและใช้เทคโนโลยี Smart Tourism
  • วางกลยุทธ์ปี 2570 เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Z และ Gen Y ด้วยแนวคิด 'Healing is The New Luxury' เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่

Latest

บัญชีม้าเยาวชนเพิ่มพรวด 70%  แบงก์ชาติออกโรงป้องกันเหลี่ยมใหม่ “มิจฉาชีพ”

การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค. 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และกรุงปักกิ่ง มีเป้าหมายคู่ขนาน นอกเหนือจากการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางการตลาดของ "อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว" โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ตั้งเป้าหมายดันยอดนักท่องเที่ยวจีนในปี 2569 ให้บรรลุเป้าหมาย 5.13 ล้านคน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 288,385 ล้านบาท โดยจีนยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่สุดของไทย

ท่ามกลางตารางงานที่อัดแน่นในวันที่ 18 ก.ค.2569 ณ นครเฉิงตู นายกรัฐมนตรีติดภารกิจเดินหน้าเจรจาธุรกิจแบบ One-on-One กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเพื่อดึงดูดการลงทุน รัฐบาลได้ปรับแผนจัดกิจกรรมคู่ขนาน โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้ามาผนึกกำลังเป็นกำลังเสริมให้กับน.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหาร ททท.ในห้องประชุมตรงข้ามกัน ภายใน Tianfu International Convention

ไทย-จีนเปิดการเจรจาคู่ขนาน

การเจรจาคู่ขนานวงนี้พุ่งเป้าไปที่พันธมิตรเอกชนรายใหญ่ของจีน 2 ราย เริ่มต้นจาก "ซื่อชวน แอร์ไลน์ส" (Sichuan Airlines) หรือที่คนไทยเรียก "เสฉวน แอร์ไลน์"นำโดย นายหวัง เฟย เลขาธิการคณะกรรมการพรรคและประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท สายการบินเสฉวน จำกัด โดยมุ่งเน้นการหารือเพื่อฟื้นเที่ยวบินจากเมืองสำคัญในภาคตะวันตกของจีนมายังไทย เช่น การนำเส้นทางบินจากนครเฉิงตูเข้าจ.กระบี่ จ.เชียงราย และกลับมาให้บริการ

จ.เชียงใหม่ ตลอดจนขยายเส้นทางบินตรงเข้าหัวหินและอู่ตะเภา

น.ส.ฐาปนีย์ ระบุถึงความสำคัญของการเจรจาครั้งนี้ว่า หลายเมืองในภาคตะวันตกของจีนถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมาก ประกอบกับคนไทยชอบมาเที่ยวเฉิงตูกับฉงชิ่งอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสดีในการขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย โดยทางผู้บริหารของซื่อชวน แอร์ไลน์ส ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำโปรโมชันส่งเสริมการขายร่วมกัน (Joint Promotion) หรือจัดสรรงบประมาณสนับสนุนแก่สายการบินโดยตรง เหมือนกับโครงการ Thailand Summer Blast ก่อนหน้านี้ เพื่อส่งเสริมการทำตลาดเที่ยวบินเช่าเหมาลำและเที่ยวบินประจำสอดรับกับนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะผลักดันมาตรการกระตุ้นผ่านโครงการ Thailand Air Connect

ในช่วงเวลาเดียวกัน ทีมไทยแลนด์ยังได้หารือร่วมกับ "เหม่ยถวน" (Meituan) แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ดิจิทัลชั้นนำของจีน นำโดย นายหลี่ จินเฟย รองประธานและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว บริษัท เหม่ยถวน โดยมุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchange) เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ตลาดและการจัดทำ Tourism Forecast พร้อมผลักดันร้านอาหารไทยเข้าสู่ Black Pearl Restaurant Guide และร่วมขับเคลื่อนโครงการ Trusted Thailand เพื่อเรียกความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยกลับคืนมา

“ไชยชนก”เสนอเชื่อมโยงข้อมูล

ในวงหารือนี้ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้ร่วมเสนอแนวทางเชื่อมโยงข้อมูลผ่านโครงการ Travel Link ของกระทรวงฯ พร้อมเสนอให้ดึง Alipay และ WeChat Pay เข้ามาอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน โดยย้ำจุดยืนของไทยต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติอย่างชัดเจนว่า “การพัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทยจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของไทย โดยผู้ให้บริการจะต้องมีหน้าแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจที่จำเป็น เพื่อส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และปลอดภัย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการและนักท่องเที่ยวในระยะยาว”

เซ็น LOI 5 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่ปักกิ่ง

ต่อเนื่องจากภารกิจคู่ขนานที่เฉิงตู ในวันที่ 19 กรกฎาคม ณ กรุงปักกิ่ง ททท. ได้เดินหน้าจัดกิจกรรมอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) กับผู้บริหารจาก 5 บริษัทพันธมิตรชั้นนำของจีน ได้แก่ China Tourism Group (CTG), Utour Group, China Comfort Group, AMAP และ TCP Red Bull เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High Value Tourism) และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้าน Smart Tourism ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มพรีเมียม

น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. ได้ให้มุมมองถึงสถานการณ์ตลาดจีนในปัจจุบันว่า “ต้องยอมรับว่าประเทศไทยอาจจะเก่าหรือดูแก่สำหรับนักท่องเที่ยวจีน หลังจากเข้าไปทำตลาดมานานกว่า 20 ปี จำเป็นต้องปรับสินค้าใหม่ ผนึกความร่วมมือกับภาคเอกชนผลักดันให้เกิดสินค้าเชิงประสบการณ์โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม”

ความร่วมมือทั้งหมดนี้จะถูกนำมาขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์หลักในปี 2570 ซึ่งรวมถึงการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเจน Z และเจน Y การทำตลาดเมืองหลักเชื่อมเมืองรอง และการสื่อสารการตลาดภายใต้แนวคิด “Healing is The New Luxury” ที่เน้นสินค้าช่วยฮีลใจและกำจัดความเครียด เพื่อเป้าหมายในการดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 5.28-5.39 ล้านคน และกวาดรายได้ 297,000 ล้านบาทในปี 2570 ให้สำเร็จตามเป้าหมาย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ