CC DOUBLE O ดึง “ณเดชน์” รุกตลาด

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

CC DOUBLE O ดึง “ณเดชน์” รุกตลาด

Date Time: 29 ก.ค. 2569 07:00 น.

Summary

CC DOUBLE O แต่งตั้ง ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกในรอบ 20 ปี ร่วมด้วย แพต ชญานิษฐ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

  • เปิดตัวแคมเปญ “THE NEW BASIC – Impossible to Ignore” นำโลโก้ “นก” กลับมาเป็นจุดขายหลักเพื่อสร้างการจดจำ
  • มุ่งเน้นผลักดันสินค้ากลุ่ม Signature Collection ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ทำยอดขายได้ถึง 50% ของแบรนด์ โดยมีช่วงราคาอยู่ที่ 290-1,990 บาท
  • ปรับกลยุทธ์ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นซื้อสินค้าคุณภาพดีและมีความคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน Marketplace และ E-commerce
  • ปัจจุบันแบรนด์มีสาขาทั่วประเทศรวม 45 แห่ง และเตรียมเดินหน้าทำ Brand Refreshment เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดค้าปลีกไทย

Latest

เปิดแผนบิ๊กดาต้าฉบับแรกของไทย ยกระดับความสามารถใช้บิ๊กดาต้าติด 25 อันดับแรกของโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า CC DOUBLE O (ซีซี ดับเบิลโอ) ภายใต้บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) เปิดเกมรุกครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ด้วยการแต่งตั้ง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เป็นแบรนด์พรีเซ็นเตอร์คนแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ พร้อมเปิดแคมเปญ “THE NEW BASIC – Impossible to Ignore” ชูแนวคิด Casual Confidence และดึงโลโก้ “นก” กลับมาเป็นจุดขายหลัก และผลักดันสินค้ากลุ่ม Signature Collection ซึ่งเป็นสินค้าเรือธงที่ทำยอดขายคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของทั้งแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ในจังหวะที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและคุณภาพที่ใช้ได้ยาวนาน    

นายกฤช สิงห์สัจจเทศ ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ CC DOUBLE O เปิดเผยว่า การใช้พรีเซ็นเตอร์ครั้งแรกมีเป้าหมายสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ให้ชัดเจนและเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยนอกจาก “ณเดชน์” แล้ว แบรนด์ยังได้ “แพต - ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช” แฟชั่นไอคอนที่มีคาแรกเตอร์ชัดและเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ เข้ามาช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านแฟชั่น เพื่อสื่อสารว่าเบสิคไอเทมของแบรนด์สามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์และจัดสไตล์ให้ดูทันสมัย    

“บริษัทเดินหน้าผลักดัน Signature Collection สินค้าเรือธงที่สร้างยอดขายราว 50% ของทั้งแบรนด์ ครอบคลุมเสื้อผ้าชาย-หญิงและแอ็กเซสเซอรี่ ราคา 290-1,990 บาท รองรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความคุ้มค่า ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องผลศึกษาที่ประเมินว่าผู้บริโภคยุคใหม่เลือก “ซื้อน้อยลง แต่ซื้อของที่ดีกว่า” และตลาดค้าปลีกไทยปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโต 3.7% ทั้งนี้ จะเร่งขยายช่องทาง Marketplace และ E-commerce ควบคู่การต่อยอด Brand Refreshment หลังรีโนเวตและปรับภาพลักษณ์แบรนด์ ปัจจุบันมี 45 สาขาทั่วประเทศ และตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าผ่านทุกช่องทางจำหน่าย”


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ