เมื่อทุกบริษัทลดคนพร้อมกัน เศรษฐกิจจะเหลือใครใช้เงิน? คนที่โดนก่อน อาจเป็น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เมื่อทุกบริษัทลดคนพร้อมกัน เศรษฐกิจจะเหลือใครใช้เงิน? คนที่โดนก่อน อาจเป็น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ

Date Time: 23 ก.ค. 2569 11:04 น.

Video

รู้จัก National ITMX เบื้องหลัง PromptPay ที่คนไทยใช้กันทั้งประเทศ | Digital Frontiers EP.68

Summary

ข่าวปลดคน อาจไม่ได้จบแค่ในบริษัท แต่กำลังลามไปถึงธุรกิจเล็ก ๆ ทั่วประเทศ เพราะเมื่อคนมีรายได้น้อยลง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านค้าชุมชน คือด่านแรกที่ได้รับผลกระทบ

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ข่าวการปลดพนักงานทยอยเกิดขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ Meta, Microsoft, Amazon, Salesforce ไปจนถึง Block ต่างประกาศลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ พร้อมกับเดินหน้าลงทุนด้าน AI และ Data Center มหาศาล 

จนเกิดคำถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการปรับโครงสร้างธุรกิจ หรือโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI เข้ามาแทนแรงงานมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับประเทศไทย แม้วันนี้ AI อาจยังไม่ใช่เหตุผลหลักของการเลิกจ้าง เพราะแรงกดดันส่วนใหญ่ยังมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้นทุนที่สูงขึ้น โรงงานปิดกิจการ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ อย่างเรื่องสงคราม

แต่สิ่งที่เริ่มเห็นชัดขึ้น คือ หลายองค์กรเลือก "หยุดรับคนเพิ่ม" ไม่เปิดรับพนักงานทดแทน เมื่อมีคนลาออก และทยอยนำ AI เข้ามารับหน้าที่บางส่วนแทนแรงงาน 

นี่อาจเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ภายในองค์กร แต่หากเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายบริษัท ผลกระทบอาจใหญ่กว่าที่คิด เพราะทุกครั้งที่บริษัทลดต้นทุนด้วยการใช้คนน้อยลง สิ่งที่หายไปพร้อมกับตำแหน่งงาน คือ "กำลังซื้อ" ที่เคยหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจอีกด้วย 

SCB EIC อ้างอิงงานวิจัย The AI Layoff Trap ของ Falk และ Tsoukalas (2026) ซึ่งอธิบายว่า แรงงานมีบทบาทสองด้านในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือ "ผู้ผลิต" อีกด้านคือ "ผู้บริโภค"

เมื่อบริษัทลดคน บริษัทนั้นอาจได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากต้นทุนที่ลดลง แต่กำลังซื้อของคนที่หายไป กลับกลายเป็นภาระของธุรกิจอื่นทั้งระบบ และเมื่อมองผ่านทฤษฎีเกม ภาพนี้ยิ่งชัดขึ้น

มองภาพใหญ่การที่บริษัท ใช้ AI ลดต้นทุนถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มผลกำไรได้ทันที แต่เมื่อทุกบริษัทตัดสินใจแบบเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของแต่ละองค์กร อาจกลายเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดของเศรษฐกิจโดยรวม เพราะเมื่อรายได้ของแรงงานลดลงพร้อมกัน การบริโภคก็เริ่มชะลอตัว

“ยอดขายลดลง ธุรกิจเริ่มลดต้นทุน ชะลอการลงทุน หยุดรับคนเพิ่ม หรือกลับไปลดพนักงานอีกระลอก วงจรนี้จะหมุนซ้ำจนกลายเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ“ 

สิ่งที่น่าคิด คือ คนที่ได้รับผลกระทบก่อน อาจไม่ใช่พนักงานออฟฟิศ หรือคนทำงานสายเทคโนโลยีอย่างที่เราคิด แต่อาจเป็นร้านอาหารตามสั่งหน้าตึกสำนักงาน ร้านกาแฟที่เคยมีลูกค้าประจำทุกเช้า ร้านเสื้อผ้า ร้านตัดผม ร้านมือถือ ตลาดนัด ร้านโชห่วย หรือ SME รายเล็กที่ไม่เคยลงทุนใน AI เลยแม้แต่บาทเดียว

จะเห็นได้ว่า ธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้ถูก AI แย่งลูกค้า แต่กำลังถูกกระทบจาก "กำลังซื้อที่หายไป" เมื่อผู้คนเริ่มรัดเข็มขัด สิ่งแรกที่ถูกตัดมักไม่ใช่ค่าผ่อนบ้านหรือค่าเทอมลูก แต่เป็นกาแฟหนึ่งแก้ว เสื้อผ้าหนึ่งชุด หรือมื้ออาหารนอกบ้าน ผลกระทบจึงค่อย ๆ ลามจากตึกสำนักงานใหญ่ ลงมาถึงร้านค้าเล็ก ๆ ในชุมชน 

SCB EIC ชี้ปรากฎการณ์นี้ว่า “กับดักการเลิกจ้าง” เมื่อเหตุผลของทุกคนนำไปสู่ผลกระทบของทุกคน สำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่เห็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่จาก AI เหมือนหลายประเทศ แต่สัญญาณเตือนเริ่มปรากฏขึ้นแล้ว

โดยเฉพาะการชะลอรับพนักงานระดับเริ่มต้น ทำให้เด็กจบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ยากขึ้น ขณะที่แรงงานจำนวนมากยังมีทักษะไม่สอดคล้องกับงานยุค AI เมื่อรวมกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพา SME และภาคบริการเป็นหลัก หากกำลังซื้อของแรงงานเริ่มอ่อนแรง ผลกระทบก็อาจกระจายลงสู่ฐานเศรษฐกิจได้เร็วกว่าหลายประเทศ

คำตอบของเรื่องนี้จึงไม่ใช่การต่อต้าน AI เพราะไม่มีประเทศไหนหยุดการพัฒนาเทคโนโลยีได้ แต่คือการทำให้ AI เข้ามา "เสริมศักยภาพคน" มากกว่า "แทนที่คน" ควบคู่กับการลงทุนด้าน Reskill และ Upskill อย่างจริงจัง รวมถึงการออกแบบนโยบายที่ทำให้ผลประโยชน์จากผลิตภาพที่เพิ่มขึ้น ไม่แลกมาด้วยกำลังซื้อที่หายไปของคนทั้งประเทศ

เพราะสุดท้ายแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย AI เพียงอย่างเดียว แต่มันขับเคลื่อนด้วย "ผู้คน" ที่ยังมีงานทำ มีรายได้ และกล้าใช้จ่าย และนี่อาจเป็นคำถามสำคัญที่สุดของยุค AI หากวันหนึ่งทุกบริษัทต่างลดคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สุดท้ายแล้ว เศรษฐกิจจะเหลือใครใช้เงิน?

ที่มา : SCB EIC 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney




Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ