“กอบศักดิ์” หนุนนายกฯเบรกแลนด์บริดจ์ เชียร์ผุด “ท่าเรือฝั่งตะวันตก”ส่งสินค้าไปอินเดีย-ยุโรป

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“กอบศักดิ์” หนุนนายกฯเบรกแลนด์บริดจ์ เชียร์ผุด “ท่าเรือฝั่งตะวันตก”ส่งสินค้าไปอินเดีย-ยุโรป

Date Time: 23 ก.ค. 2569 08:00 น.

Summary

“กอบศักดิ์” ขานรับวิสัยทัศน์นายกฯ เบรกโปรเจกต์ยักษ์ “แลนด์บริดจ์” แนะโฟกัสสร้าง “ท่าเรือฝั่งตะวันตก” ก่อน ชี้เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเชื่อมสินค้าจีนทะลุอินเดีย-ยุโรป พร้อมลบภาพจำ “ทุนจีนศูนย์เหรียญ” ย้ำชัดจ้างงานเพียบ-เชื่อมซัพพลายเชนไทย เตือนผู้ประกอบการและ SME เร่งอัปเกรดเทคโนโลยีสู้ศึก ก่อนตกขบวน คาดอีก 3-4 ปี เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ดันจีดีพีไทยพุ่งแตะ 4.5%

Latest

อานิสงส์ "ไทยช่วยไทยพลัส”ดันดัชนีเอสเอ็มอีไตรมาส2พุ่ง-หนี้สินลดลง

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งร่วมในงานกิจกรรม "Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon" ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นการหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กับตัวแทนภาคเอกชนไทย เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่ นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสัญญาณถึงการทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง และหันมาให้น้ำหนักกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ใช้งานจริง

“ถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่รัฐบาลยอมถอยจากโครงการแลนด์บริดจ์แบบเต็มรูปแบบ แล้วหันมาโฟกัสสิ่งที่ใช่โดยเริ่มจากการสร้างท่าเรือฝั่งตะวันตกและการเชื่อมโยงเส้นทางให้สำเร็จก่อน เพราะนี่คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จะตอบโจทย์การขนส่งสินค้าจากเมืองฉงชิ่งของจีน ที่ปัจจุบันต้องไปแออัดและอ้อมไกลถึงท่าเรือเซี่ยงไฮ้”

ทั้งนี้ หากสินค้าจีนสามารถขนส่งลงมาไทยแล้วออกทางท่าเรือฝั่งตะวันตกได้ จะทะลุไปยังอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรปได้โดยตรง ส่วนระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ยังเดินหน้าต่อได้ แต่ต้องดันท่าเรือให้เกิดก่อน ทั้งนี้ ท่าเรือระนองเดิมมีขนาดเล็กและอยู่ในแม่น้ำทำให้เรือเข้าออกลำบาก รัฐบาลจึงควรเร่งหาพื้นที่ชายฝั่งทะเลแห่งใหม่ที่มีความยาวและเหมาะสมกว่าในการผุดโปรเจกต์นี้

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า การที่สำนักงานส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)มาเปิดสำนักงานใหญ่ที่นครเฉิงตู ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะเมื่อมีจิ๊กซอว์สำคัญอย่างรถไฟความเร็วสูงจากลาวเชื่อมถึงคุนหมิง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) กว่าครึ่งที่ไหลเข้าไทยมาจากจีน ซึ่งเป็นผลพวงจากนโยบาย China Plus One และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทางธนาคารกรุงเทพที่มีสาขาในฉงชิ่งอยู่แล้ว ก็พร้อมซัพพอร์ตนักลงทุนอย่างเต็มกำลัง ส่วนความกังวลเรื่องทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานศูนย์เหรียญไม่เป็นความจริง เห็นได้จากค่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่ระยะแรกมีการจ้างงานคนถึง 6,000 คน และ 95% เป็นแรงงานไทย ไม่ได้ใช้แค่หุ่นยนต์อย่างที่หลายคนกังวล

ทั้งนี้ แม้ช่วงแรกธุรกิจจีนจะใช้เงินทุนจากบริษัทแม่หรือแบงก์จีน แต่เมื่อขยายกิจการสู่เฟสที่ 2 พวกเขาจะต้องพึ่งพาบริการจากแบงก์ไทย ทั้งเงินทุนหมุนเวียน สินเชื่อการค้า รวมถึงต้องเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนของคนไทย ซึ่งนี่คือเค้กก้อนโตของธุรกิจและธนาคารไทย

นายกอบศักดิ์ กล่าวด้วยว่าปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นสู่จีน ซึ่งจีนล้ำหน้าไปไกลมากทั้งด้านไอที รถยนต์ EV พลังงานแสงอาทิตย์ และ AI โดยจีนได้ปักหมุดให้ไทยเป็นฮับหรือศูนย์กลางกระจายสินค้าในอาเซียน จุดนี้สิ่งที่น่าห่วงคือผู้ประกอบการและ SME ไทยจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น การทนใช้โรงงานเก่าหรือเทคโนโลยีเดิมๆ ที่ลากยาวมา 30 ปี จะสู้จีนไม่ได้อีกต่อไป เปรียบเหมือนใช้รถยนต์เก่าอายุเกิน 7 ปีที่ค่าซ่อมบานปลาย สู้ลงทุนซื้อเทคโนโลยีใหม่สร้างโรงงานใหม่จะคุ้มกว่า ซึ่งธนาคารก็มองเห็นโอกาสและพร้อมปล่อยสินเชื่อสนับสนุนการปรับตัวนี้

“เม็ดเงินลงทุนและการสร้างฐานการผลิตใหม่ๆ เหล่านี้ เปรียบเสมือนการสร้าง เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ ซึ่งแม้จะต้องใช้เวลาก่อสร้าง เมื่อโครงสร้างเหล่านี้เสร็จสมบูรณ์ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จะเป็นแรงส่งมหาศาลที่ดึงเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตในระดับ 3-4% หรืออาจพุ่งทะลุแตะ 4.5% ได้อีกครั้ง”


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ