รื้อเกณฑ์บีโอไอ”ดาต้าเซ็นเตอร์” หลังพบนักลงทุนขายสิทธิ์ต่อเหมือนขายใบจองรถ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

รื้อเกณฑ์บีโอไอ”ดาต้าเซ็นเตอร์” หลังพบนักลงทุนขายสิทธิ์ต่อเหมือนขายใบจองรถ

Date Time: 21 ก.ค. 2569 06:34 น.

Summary

รื้อเกณฑ์บีโอไอลงทุน "ดาต้าเซ็นเตอร์" หลังพบเกิดกรณีขออนุมัติโครงการทิ้งไว้เพื่อจองสิทธิ์ แล้วนำไปขายต่อเหมือนการขายใบจองรถ งัดมาตรการโขกค่าไฟเพิ่มหากใช้พลังงานไม่สะอาด-ต้องมีแบงก์การันตี

Latest

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 22 ก.ค. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีละรมว.คลัง เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์ใหม่ในการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม "ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)" ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี AI เช่น ChatGPT กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเบื้องหลังของการประมวลผลเหล่านี้ ล้วนต้องพึ่งพาดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีนักลงทุนต่างชาติยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาที่บีโอไอเป็นจำนวนมาก  

อย่างไรก็ตามเพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุดและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้บีโอไอจัดทำ "ยุทธศาสตร์การทำดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่" โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งยุทธศาสตร์ใหม่นี้ จะไม่เน้นที่ปริมาณหรือจำนวนโครงการเยอะๆ แต่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก  

โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาใหม่ใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. มาตรการด้านไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้ามหาศาล บีโอไอจึงได้ส่งข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ว่า อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์จะต้องแพงกว่าไฟบ้านที่ประชาชนทั่วไปใช้  โดยเฉพาะหากดาต้าเซ็นเตอร์รายใดเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่าไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือ Brown Power ซึ่งผลิตจากก๊าซธรรมชาติ ก็จะต้องจ่ายค่าไฟในราคาที่แพงขึ้น นอกจากนี้ กพช. จะต้องทำแผนที่พลังงาน (Power Map) เพื่อกระจายการลงทุนไม่ให้ไปกระจุกตัวอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งจนแย่งไฟฟ้ากัน

2. มาตรการด้านน้ำ เนื่องจากการระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้น้ำปริมาณมาก การขออนุมัติลงทุนหลังจากนี้ เอกชนจะต้องมีแผนบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจนแนบมาด้วยตั้งแต่วันแรกที่ยื่นขอ  3. มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน คณะอนุกรรมการจะเพิ่มขอบเขตการตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด คล้ายกับการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA (Environmental Impact Assessment) โดยต้องดูเรื่องมลพิษทางเสียง และผลกระทบที่อาจเกิดกับชุมชนโดยรอบ  

4. การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Value Added) การเข้ามาตั้งฐานข้อมูลจะต้องเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) และต้องร่วมมือเพื่อฝึกอบรมวิศวกรชาวไทยด้านดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านโครงการ Skill Bridge

นายเอกนิติ  กล่าวย้ำถึงมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันการเก็งกำไรว่า ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานดูแลภาพรวมเรื่องการขอใช้ไฟฟ้า ทำให้เกิดกรณีที่นักลงทุนบางรายมาขออนุมัติโครงการทิ้งไว้เพื่อจองสิทธิ์ แล้วนำไปขายต่อเหมือนการขายใบจองรถยนต์รุ่นดัง  ดังนั้น ยุทธศาสตร์ใหม่จึงกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องวางหนังสือค้ำประกัน (Bank Guarantee) หากได้รับอนุมัติแล้วไม่ยอมลงทุนสร้างจริงตามแผน จะถูกยึดเงินประกันและมีบทลงโทษ  ส่วนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เคยได้รับอนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้ 16 โครงการ ส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างและยังไม่ได้จัดสรรไฟฟ้า อาจจะต้องถูกนำมาทบทวนเงื่อนไขเรื่องการใช้ไฟฟ้าให้สอดคล้องกับระเบียบใหม่ของกพช. ด้วยเช่นกัน

"วันนี้กระแสทั้งโลกต้องการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และเมืองไทยก็มีความพร้อม ไทยจึงเป็นประเทศที่ทั่วโลกอยากเข้ามาลงทุน แต่เราต้องปรับยุทธศาสตร์ให้รัดกุม เพราะอุตสาหกรรมนี้ใช้ไฟเยอะ ใช้น้ำเยอะ และอาจกระทบสิ่งแวดล้อม เราจึงต้องบริหารจัดการให้ดี เพื่อดึงนวัตกรรมตามเข้ามาให้ได้"



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ