บอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐถอยกรูด! ทบทวนเกณฑ์สินเชื่อ 1 แสนไม่รวมสินเชื่อเกษตร

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

บอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐถอยกรูด! ทบทวนเกณฑ์สินเชื่อ 1 แสนไม่รวมสินเชื่อเกษตร

Date Time: 7 ก.ค. 2569 06:00 น.

Summary

บอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐ ถอย! ทบทวนคุณสมบัติสินเชื่อ 1 แสนบาท ของผู้ได้รับสิทธิอีกรอบ ตามความเห็นธปท. ชี้สินเชื่อเกษตร ไม่สะท้อนฐานะที่แท้จริง พร้อมเร่งตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มตกหล่น 5.38 ล้านคน

Latest

หนุนใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท ของผู้มีสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะไม่นับรวมสินเชื่อภาคเกษตร เพราะมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป โดยเป็นสินเชื่อที่ผูกพันตามรอบฤดูกาลเพาะปลูก และบางกรณีเป็นการเยียวยาผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ จึงอาจไม่สะท้อนความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อ หรือฐานะทรัพย์สินของผู้มีเงินได้เช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น ตามความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เสนอมาประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.69

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ที่จะไม่ได้รับสิทธิแล้ว ให้ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นเวลา 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย.) เพราะผู้ถือบัตร ไม่มีสิทธิลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40 

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย โดยนำกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตร 5.38 ล้านคน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป โดยการคัดกรองคุณสมบัติปี 69 จะไม่นำเกณฑ์ลดหย่อนการเสียภาษีพ่อแม่มาใช้ 

“เมื่อกระทรวงการคลัง ดำเนินการตามมติของบอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐครบถ้วนแล้ว จะเสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติ ก่อนประกาศผลการลงทะเบียนวันที่ 17 ก.ค.69”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติผู้ถือบัตรครั้งนี้ เพราะรัฐบาลกังวลจะเสียคะแนนเสียง เนื่องจากผู้ถือบัตร เป็นฐานเสียงหลักในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประกอบกับ นายกรัฐมนตรี ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับเงื่อนไขการคัดกรองคุณสมบัติผู้ถือบัตร ที่ไม่เป็นธรรม ทำให้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงการคลัง เร่งทบทวนหลักเกณฑ์คุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการอีกครั้ง

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงการแถลงร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ 69 ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ว่า ไทยมีวิกฤติซ้อนวิกฤติ จึงต้องมีการโอนงบประมาณ จากโครงการที่ยังไม่ได้จัดซื้อจัดจ้าง มาเป็นงบประคองเศรษฐกิจ และชะลอผลกระทบวิกฤติ ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท วันที่ 9 ก.ค.นี้นั้น ขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณา แต่ไทยต้องพึ่งพาพลังงานมาก และต้องช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น การประคองเศรษฐกิจระยะสั้น การเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน และการเร่งปฏิรูปเพื่อเน้นการลงทุน จึงมีความจำเป็น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เตรียมแผนสำรองหรือไม่ หากคำวินิจฉัยไม่เป็นคุณต่อรัฐบาล นายเอกนิติ กล่าวว่า พยายามนำภาคเอกชนเข้ามาช่วย มาร่วมลงทุน ผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่งงบประมาณที่จะนำมาช่วย จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้เร็ว 

“พ.ร.ก.เงินกู้ จำเป็นที่จะประคองเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤติ เห็นได้จากโครงการไทยช่วยไทย พลัส เบิกจ่าย 50,000 กว่าล้านบาท ส่วนงบประมาณที่จะใช้เปลี่ยนผ่านพลังงาน จึงจำเป็น เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันที่สูงมาก และส่งผลให้บัญชีเดินสะพัดขาดดุล”



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ