พาณิชย์ผนึก ตม.เดินสายรุกเข้ม ลุยกลุ่มเสี่ยงนอมินี “ไอทีสแควร์”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

พาณิชย์ผนึก ตม.เดินสายรุกเข้ม ลุยกลุ่มเสี่ยงนอมินี “ไอทีสแควร์”

Date Time: 3 ก.ค. 2569 06:45 น.

Summary

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึก ตม. ลุยตรวจ 2 นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินี  ณ ศูนย์การค้าไอที สแควร์ หลักสี่ พบข้อพิรุธเพียบ ทั้งด้านการบริหารธุรกิจและเส้นทางการเงิน เร่งเรียกผู้เกี่ยวข้องชี้แจง พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบกระทำผิดเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

Latest

คลังผงะ “คนจน” โผล่เพิ่มอื้อ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 ทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง  2 ราย ณ ศูนย์การค้าไอที สแควร์ หลักสี่ กรุงเทพฯ ภายหลังได้รับข้อมูลจากตม.เกี่ยวกับความผิดปกติของเส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ จึงร่วมกันตรวจสอบว่า มีพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่            

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบนิติบุคคลเป้าหมายทั้ง 2 รายดังกล่าว พบว่า รายแรก จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลไทย ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.68 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย สัดส่วน 60% และชาวต่างชาติสัญชาติจีนอีก 40% ประกอบธุรกิจให้บริการและคำปรึกษาด้านกฎหมาย การบัญชี ภาษีและจดทะเบียนบริษัท มีพนักงานคนไทย 8 ราย และจีน 2 ราย พร้อมกันนั้น ได้ตรวจสอบเอกสาร สภาพการประกอบธุรกิจ และสอบถามข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง พบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์หลายอย่างที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ให้ต่างชาติทำธุรกิจโดยเลี่ยงปฏิบัติตามกฎหมายไทย           

“ดังนั้น จะต้องตรวจสอบ ขยายผลเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นชาวไทยและชาวจีน ซึ่งอ้างว่าเป็นสามี ภรรยากัน  แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส รวมถึงอำนาจการควบคุมบริหารธุรกิจ รูปแบบการรับชำระค่าบริการ และเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งข้อมูลบางส่วนสอดคล้องกับประเด็นที่ ตม.อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน”           

ส่วนรายที่ 2 จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลไทย ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.68 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีสัดส่วนกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 51% และจีน 49% ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการศึกษา รวมถึงแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ และคำแนะนำทางวิชาการ จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่พบกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท แต่พนักงานคนไทยเป็นผู้ให้ข้อมูลว่า พนักงานรับรู้ว่า ผู้บริหารและสั่งการดำเนินธุรกิจ คือ ชาวจีน และไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นหรือกรรมการที่เป็นคนไทย             

โดยพนักงานคนไทยจะให้บริการรับทำวีซ่าเท่านั้น แต่หากลูกค้ามาติดต่อเรื่องอื่น นอกจากการทำวีซ่า พนักงานจะแจ้งลูกค้าให้ติดต่อผู้ถือหุ้นชาวจีนโดยตรงผ่าน WeChat รวมทั้งการชำระค่าบริการบางส่วน จะชำระผ่านบัญชีของชาวจีน ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็น นอมินี หรือเป็นการให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือไม่

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ กรมมีหนังสือแจ้งให้กรรมการและผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลทั้ง 2 ราย เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและนำส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการลงทุน แหล่งที่มาของเงินทุน การบริหารกิจการ และการดำเนินธุรกิจภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา หากผลการตรวจสอบพบว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอว่า ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย กรมจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับความผิดฐานนอมินี มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งให้เลิกการประกอบธุรกิจหรือยุติการถือหุ้นที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ