จับสัญญาณเตือนจาก Moody’s และ S&P

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จับสัญญาณเตือนจาก Moody’s และ S&P

Date Time: 30 มิ.ย. 2569 04:12 น.

Summary

หลังจากฝ่าฟันกันมาอย่างหนัก ในที่สุดพวกเราคนไทยก็ผ่านครึ่งปีแรกของปี “ม้าไฟ” มาได้ ปีที่เศรษฐกิจไทยเจอข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี! เพราะตั้งแต่ต้นปี หลังจากปีใหม่ไม่นาน เราก็เจอกับผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง และราคาพลังงานที่พุ่งสูง ค่าครองชีพคนไทยพุ่งพรวด ขณะที่รัฐบาลขณะนั้นเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ ทำอะไรไม่ได้มาก และแม้ว่าเมื่อรัฐบาลมีอำนาจเต็ม “เงินในหีบ” ก็มีไม่พอ ทำให้รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อใช้จัดการปัญหา

Latest

ดันไทยหลุดกับดัก “รายได้ปานกลาง”

หลังจากฝ่าฟันกันมาอย่างหนัก ในที่สุดพวกเราคนไทยก็ผ่านครึ่งปีแรกของปี “ม้าไฟ” มาได้ ปีที่เศรษฐกิจไทยเจอข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี! เพราะตั้งแต่ต้นปี หลังจากปีใหม่ไม่นาน เราก็เจอกับผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง และราคาพลังงานที่พุ่งสูง ค่าครองชีพคนไทยพุ่งพรวด ขณะที่รัฐบาลขณะนั้นเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ ทำอะไรไม่ได้มาก และแม้ว่าเมื่อรัฐบาลมีอำนาจเต็ม “เงินในหีบ” ก็มีไม่พอ ทำให้รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อใช้จัดการปัญหา

ช่วงนั้นกังวลกันว่า เศรษฐกิจไทยจะแย่ลงมาก และมีความเสี่ยงถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ หากขยายเพดานหนี้รัฐสูงกว่า 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งที่ต้องใช้เงินพยุงราคาน้ำมัน ออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 และเติมเงินเพิ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ในที่สุด การประกาศอันดับความน่าเชื่อถือไทยล่าสุดของ Moody’s และ S&P Global Ratings ทำให้เราถอนหายใจได้เฮือกใหญ่ ทั้งสองรายยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ระดับ Investment Grade (Baa1/BBB+) พร้อมมุมมองความน่าเชื่อถือในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยมองว่าแม้รัฐบาลจะอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ แต่ก็ยังคงสามารถรักษาวินัยการเงินการคลังไว้ได้

แต่ทั้งหมดนี้แปลว่า “มันจบแล้วใช่ไหมครับนาย” Moody’s และ S&P ได้ฝากการบ้านสุดหินให้กับรัฐบาลไทยไว้หลายข้อ โดยคาดหวังสูงว่าเสถียรภาพการเมืองของรัฐบาลชุดปัจจุบัน จะช่วยให้การดำเนินนโยบายภาครัฐต่อเนื่อง เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ยกระดับความสามารถการแข่งขันประเทศได้

และหากอยากคงเครดิตของไทย หรือยกระดับเครดิตให้สูงขึ้น มีสัญญาณเตือนถึงรัฐบาลว่าต้องให้ความสำคัญกับปัญหาโครงสร้างประชากร ซึ่งกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นตัวฉุดรั้งภาคการผลิต และเป็นภาระผูกพันทางการคลังที่เพิ่มต่อเนื่องในด้านสวัสดิการและรักษาพยาบาล ขณะที่ยังต้องแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเรื้อรังที่อยู่ในระดับสูง คุณภาพหนี้ที่ด้อยลง ซึ่งจะเป็นกำแพงสกัดการใช้จ่าย และเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบสถาบันการเงินด้วย

นอกจากนั้น ยังมีสัญญาณเตือนที่รัฐบาลอาจจะตั้งคำถามกับ “เสียงในหัว” ของใครหลายๆคนในวันนี้ที่ว่า ทำไมนักธุรกิจ นักลงทุนต่างชาติ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มีความเชื่อมั่นเชื่อถือ อยากลงทุนในไทย แต่คนไทยกลับไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อเลยว่าเศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานแข็งแกร่ง ไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่รู้สึกกัน

หากคนไทยไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย กิจกรรมทางเศรษฐกิจคงเร่งตัวได้ยาก แต่หากต้องการให้คนไทยกลับมามองประเทศตัวเองด้วยความเชื่อมั่นเหมือนคนนอกเชื่อถือ รัฐบาลต้องทำงานหนักกว่านี้ สร้างความเข้าใจให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ต้องแสดงข้อมูล และชุดมาตรการที่ทำให้มองเห็นภาพอนาคตที่สดใส ซึ่งคนไทยเองก็ต้องพยายามเปิดใจยอมรับ แต่แน่นอนว่า คงไม่ใช่แค่คำพูดที่ว่า “เราจะรวยได้ หรืออีก 12 ปี ประเทศไทยจะเข้าสู่ประเทศรายได้ระดับสูง”.

มิสเตอร์พี


คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ