SACIT ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดภารกิจสืบสาน-ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสร้างรายได้ชุมชน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

SACIT ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดภารกิจสืบสาน-ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสร้างรายได้ชุมชน

Date Time: 26 มิ.ย. 2569 06:30 น.

Video

เบื้องหลัง Claude เขย่าโลก! Anthropic โต 80 เท่า สัญญาณ IPO ที่ต้องจับตา | Digital Frontiers EP.65

Summary

เปิดภารกิจ “SACIT” สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม งานหัตถศิลป์ไทย พร้อมผลักดันให้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันคนรุ่นใหม่ และคนทั่วโลก โดยเฉพาะ “ผ้าไทย” หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมสร้างงาน สร้างรายได้ชุมชนทั่วประเทศ ควบคู่สร้างภาพลักษณ์ประเทศ

Latest


นายอนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ให้สัมภาษณ์ “ไทยรัฐ” ถึงการส่งเสริม และผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยว่า SACIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่เสมือน “นักปั้น” หรือส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร โดยมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการตั้งแต่ “ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ให้กับประเทศ 

สืบสานส่งเสริม “หัตถศิลป์ไทย”    

สำหรับการดำเนินงานมุ่งเน้น 3 มิติ ได้แก่ สืบสาน : คุณค่าภูมิปัญญาดั้งเดิมจากครูศิลป์สู่คนรุ่นใหม่ สร้างสรรค์ : ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมสมัย และ ส่งเสริม : เปิดโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งทำให้งานศิลปหัตถกรรม วิวัฒน์เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบัน และเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกรุ่นอายุ

ดังนั้น SACIT จึงต้องส่งเสริมให้เกิดการออกแบบร่วมกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เพื่อให้งานมีความร่วมสมัย รวมถึงการทำงานข้ามความถนัดของช่าง หรือ Collaboration ระหว่างช่างมากกว่า 1 สาขา เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันและการใช้งานของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้งานหัตถกรรมไทยเข้าไปอยู่ในหัวใจของคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของกลุ่มคนทำงานหัตถกรรม            

“ความสำเร็จของการทำงานแบบนี้ เห็นได้ชัดจาก งาน Crafts Bangkok ที่จัด 5 วัน และเพิ่งจบไปเมื่อเร็วๆ นี้ มีคนรุ่นใหม่และคนทุกช่วงวัยมากถึง 92,215 คน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 60% เข้ามาร่วมเรียนรู้ ชื่นชม และเลือกซื้องานคราฟต์ไทยร่วมสมัยไปใช้ในชีวิตประจำวัน ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 80% เกือบ 200 ล้านบาท สินค้าที่ขายดี เช่น เสื้อผ้า งานหัตถกรรม งานเซรามิก อีกทั้งยังสะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ความสนใจและความรักในงานศิลปหัตถกรรมไทยยังคงอยู่ ทำให้เห็นว่า งานศิลปหัตถกรรมไทยยังคงมีความหวัง” 

ชง “ผ้าไทย” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชาวโลก    

นายอนุชา กล่าวต่อว่า นอกจากการส่งเสริมให้เกิดงานหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่แล้ว SACIT ยังต่อยอดนำความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากในประเทศ ไปเพิ่มมูลค่าบนเวทีโลก ผ่านนิทรรศการผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté” ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และยังเตรียมจัดงาน SACIT Symposium 2026 เพื่อยกระดับบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านงานศิลปหัตถกรรมของอาเซียน และอาเซียนพลัส    

“นิทรรศการที่ฝรั่งเศส ประสบความสำเร็จมาก แต่ละวัน มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเข้าชมงาน หรือแม้แต่คนไทยในประเทศต่างๆ ทั่วยุโรป ก็มาเข้าชมเช่นกัน ถือเป็นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับชุดไทย ผ้าไทย งานหัตถศิลป์ไทยในหมู่ชาวโลกได้เป็นอย่างดี โดยนิทรรศการยังจัดอยู่ต่อเนื่อง 6 เดือนจนถึงเดือนพ.ย.นี้”

พร้อมกันนั้น จะเดินหน้าส่งเสริมและผลักดัน “ผ้าไทย” ให้ตอบโจทย์ตลาดสากลมากขึ้น ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาล ซึ่งปีที่ผ่านมา ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น และบริษัท OMIYA จำกัด ผู้ผลิตชุดกิโมโนชื่อดัง ทำโครงการ “Thai Kimono Project” นำผ้าทอไทยภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มาตัดเย็บเป็นกิโมโน ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก ทำให้เกิดความต้องการผ้าไทยในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในปีนี้ จะขยายผลการดำเนินงานไปยังประเทศอื่นๆ ให้มากขึ้น 

ขยายตลาดส่งออกเจาะ Niche Market    

สำหรับการผลักดันการส่งออกสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยนั้น นายอนุชา กล่าวว่า เนื่องจากไม่สามารถผลิตได้จำนวนมากเหมือนสินค้าอุตสาหกรรม จึงมุ่งเน้นขายความเป็น Limited และใช้เรื่องราวของสินค้าเป็นจุดแข็งในการเข้าสู่ตลาดเฉพาะ (Niche Market) โดยปีนี้ จะเริ่มทำตลาดในตะวันออกกลาง    

“SACIT สร้างมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้กว่า 295.92 ล้านบาท ณ วันที่ 15 มิ.ย.69 ขณะที่การส่งออกช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 303,496.75 ล้านบาท ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อินเดีย สหรัฐฯ และจีน ส่วนตลาดที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน เนเธอร์แลนด์ โดยเครื่องประดับแท้ทำด้วยโลหะมีค่าอื่นๆ ที่เติบโตถึง 894.08% ตามด้วยร่ม ดอกไม้ ใบไม้ และต้นไม้ประดิษฐ์”           

นอกจากนี้ ยังมี SACIT Shop ที่สนามบินสุวรรณภูมิ 2 จุด สนามบินภูเก็ต 1 จุด และที่ SACIT บางไทร พระนครศรีอยุธยาอีก 1 จุด สร้างยอดขายได้รวมกันเดือนละกว่า 3 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะเปิด Pop Up Store อีก 1 แห่ง เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าให้มากขึ้น    

ด้านนายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า SACIT มีบทบาทสำคัญในการสืบสานและต่อยอดพระราชดำริด้านการส่งเสริมผ้าไทย และศิลปหัตถกรรมไทยให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสร้างรายได้ให้แก่ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และชุมชนทั่วประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะสนับสนุนการดำเนินงานของ SACIT ทุกมิติ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนและเศรษฐกิจไทย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ