
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้กรมธนารักษ์เร่งปรับปรุงราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ซึ่งจะประกาศใช้ในปี 2570 ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและใกล้เคียงราคาตลาดมากขึ้น จากปัจจุบันราคาประเมินของรัฐยังต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงประมาณ 30-40% ขณะที่มาตรฐานสากลกำหนดให้มีส่วนต่างไม่เกิน 15%
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะประเมินราคาที่ดินใหม่ทุก 4 ปี โดยรอบปัจจุบันครอบคลุมที่ดินประมาณ 37 ล้านแปลงทั่วประเทศ ซึ่งการปรับราคาจะคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจ ราคาซื้อขายจริง และผลกระทบต่อประชาชนทุกภาคส่วน
นายเอกนิติกล่าวว่า ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ถูกนำไปใช้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งการจัดเก็บภาษีและการอ้างอิงของสถาบันการเงินในการพิจารณาสินเชื่อ จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลที่สะท้อนมูลค่าทรัพย์สินใกล้เคียงความเป็นจริง พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังจะเดินหน้าพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก โปร่งใส และปลอดภัย
ด้านนายอัครุฒม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างราคาประเมินของรัฐกับราคาตลาดเกิดจากการนำราคาประเมินไปใช้เป็นฐานคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขณะที่การประเมินเพื่อใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อต้องอ้างอิงราคาตลาด ดังนั้น การกำหนดราคาประเมินรอบใหม่จะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการจัดเก็บภาษีและการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
พร้อมกันนี้ กรมธนารักษ์ได้เปิดให้บริการ D-Value ขอใบรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินผ่านระบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยสามารถตรวจสอบราคาประเมินและขอสำเนาเอกสารได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที พร้อมลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำไปใช้เป็นเอกสารราชการได้ทันที ช่วยลดค่าใช้จ่ายและไม่ต้องเดินทางมาติดต่อที่กรมธนารักษ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประเมินราคาที่ดินรอบใหม่จะครอบคลุมที่ดินทั่วประเทศกว่า 37 ล้านแปลง โดยราคาประเมินมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ทำเลราคาสูงสุดยังคงอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ เช่น ถนนวิทยุ สุขุมวิท และสีลม ซึ่งมีราคาประเมินสูงสุดตารางวาละ 1 ล้านบาท