แบงก์ชาติ “เอาอยู่”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

แบงก์ชาติ “เอาอยู่”

Date Time: 17 มิ.ย. 2569 04:13 น.

Summary

ผลจากสงครามอ่าวเปอร์เซียที่ยังไม่ยุติ ซ้ำยังเปิดฉากยิงกันอีกรอบในช่วงระหว่างนี้ ทำให้วิกฤติพลังงานเข้าสู่โหมด “วิกฤติค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น” จนอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะค่าจ้างแรงงานเป็นสำคัญ

Latest

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 17 มิ.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท

ผลจากสงครามอ่าวเปอร์เซียที่ยังไม่ยุติ ซ้ำยังเปิดฉากยิงกันอีกรอบในช่วงระหว่างนี้ ทำให้วิกฤติพลังงานเข้าสู่โหมด “วิกฤติค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น” จนอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะค่าจ้างแรงงานเป็นสำคัญ

วิกฤตินี้ทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯปรับตัวสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา จาก 3.8% ในเดือน มิ.ย.ปีก่อน ขึ้นไปสูงถึง 4.2% ในช่วงเดียวกันของปีนี้

นี่เป็นเหตุผลให้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์กันว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ซึ่งจะประชุมกันในวันสองวันนี้ อาจตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นจากกรอบที่คงไว้ในครั้งก่อนที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อปี

เฟดเคยประกาศว่า อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงปลายปีนี้ หากสงครามอ่าวสงบ แต่ตรงกันข้ามวิกฤติพลังงานที่เกิดจากสงครามส่งผลให้ต้นทุนสำคัญของระบบการขนส่ง และการผลิตสินค้าเกือบทุกประเภทปรับตัวสูงขึ้น จนเข้าสู่วิกฤติค่าครองชีพอย่างที่เห็น

ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางของยุโรป (ECB) ก็ได้มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วในระดับ 2.25-2.65% เพื่อรับมือกับสถานการณ์เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจากแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ มีผลให้ ECB ต้องเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

สำหรับประเทศไทยเรานับว่าโชคยังดีที่เรามี คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ที่ทำงานสอดประสานกันเป็นอย่างดีกับกระทรวงการคลัง และรัฐบาลในการร่วมกันรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจให้อยู่ในทิศทางที่สามารถควบคุมได้

แม้อัตราเงินเฟ้อประเทศไทยในบางช่วงอาจปรับตัวสูงขึ้นถึง 5-5.2% แต่ก็ขึ้นลงในช่วงสั้นๆไม่ได้อยู่นานจนสร้างแรงกดดัน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่แบงก์ชาติควบคุมได้อยู่ที่ 2.9% สำหรับปีนี้ ส่วนปีหน้าจะลดลงไปอยู่ที่ 1.4%

ผู้ว่าการวิทัยยังให้มุมมองมาตรการของกระทรวงการคลังในโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเพิ่มเงินช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตลอดจนการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่าจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นให้แก่คนไทยได้ในระดับที่น่าพอใจ

โดยเฉพาะภาพรวมที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้เดิมประมาณ 1.5% เป็นประมาณ 2.0 ภายใต้แรงขับเคลื่อนหลัก จากการบริโภคที่ขยายตัวสูงขึ้นในอัตรา 2.6% ส่วนมาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มในเดือน มิ.ย.จะทำให้เศรษฐกิจไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ขยายตัวได้ราว 3.2%

สำคัญก็คือ ผู้ว่าการวิทัยยืนยันอีกครั้งว่า ผู้บริหารระดับสูงของแบงก์ชาติก็มีเข้าใจตรงกันว่า จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจให้ยากลำบากไปกว่านี้

ฟังแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย!

มิสไฟน์

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ