สหรัฐฯใช้ ม.301 เก็บภาษีสินค้าไทย 12.5% พาณิชย์เดินหน้าเจรจาต่อ!

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สหรัฐฯใช้ ม.301 เก็บภาษีสินค้าไทย 12.5% พาณิชย์เดินหน้าเจรจาต่อ!

Date Time: 5 มิ.ย. 2569 06:30 น.

Summary

พาณิชย์ เผยไทยเดินหน้าสู้ต่อ แม้ USTR ประกาศผลไต่สวนขั้นต้น ตามมาตรา 301 ประเด็นแรงงานบังคับ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 12.5% ย้ำ USTR ซ้ำๆ ไทยเตรียมออกกฎหมายตรวจสอบสิทธิมนุษยชนรอบด้านตลอดห่วงโซ่ผลิต หวังลดภาษีต่ำกว่า 12.5% ในการประกาศผลไต่สวนชั้นที่สุด แต่ยังต้องลุ้น ผลไต่สวนประเด็นมีกำลังการผลิตส่วนเกิน พร้อมเดินหน้าเจรจา ART ต่อเนื่อง

Latest

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 มิ.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศผลไต่สวนชั้นต้นคู่ค้า 60 ประเทศ รวมถึงไทย ตามมาตรา 301 กฎหมายการค้า ในประเด็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ โดยจะเก็บกับสินค้าที่นำเข้าจากไทย 12.5% ว่า การประกาศผลการไต่สวน แบ่งประเทศคู่ค้า 60 ประเทศออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก เป็นกลุ่มประเทศที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ รวม 6 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก และปากีสถาน ซึ่งกลุ่มนี้จะถูกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 10% ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มประเทศที่มีกฎหมายบางส่วนห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ หรือที่ลงนามความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐแล้ว 8 ประเทศ เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร ซึ่งจะถูกเก็บอัตรา 10% และกลุ่มที่ 3 ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับรวม 46 ประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ รวมถึงไทย ซึ่งจะถูกเก็บ 12.5%

ทั้งนี้ สหรัฐฯได้เสนอมาตรการและรายการสินค้าที่ได้รับข้อยกเว้นด้วย โดยเสนอกลไกพิเศษสำหรับสินค้าสิ่งทอ ที่สหรัฐฯจะลดอัตราภาษีตามโควตา ที่อิงกับปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบสิ่งทอจากสหรัฐฯ ส่วนกลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้นเสียภาษีนำเข้ารวม 1,655 รายการ เพื่อป้องกันการขาดแคลนวัตถุดิบและผลกระทบทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มี 4 กลุ่ม คือ สินค้าเกษตรและอาหาร (สับปะรด มะพร้าว แป้งมันสำปะหลัง), อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (สมาร์ทโฟน แผงวงจร), พลังงานและแร่ธาตุ, ชิ้นส่วนอากาศยาน. โดยสินค้าที่ไทยจะได้ประโยชน์สูงสุด คือ มันสำปะหลังแปรรูป ยางพาราแท่ง/น้ำยาง และหน่วยเก็บข้อมูล รวมถึงสินค้าอื่น ทั้ง แป้งมันสำปะหลัง ทุเรียนและผลไม้เมืองร้อน สับปะรดแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เครื่องเทศ ทั้งขมิ้น ขิง เครื่องแกง น้ำยางธรรมชาติ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง, คอมพิวเตอร์พกพา ฮาร์ดดิสก์ สมาร์ทโฟน แผงวงจรรวม แผงจอภาพ, ทองคำ, เงินแท่ง, ยางล้อเครื่องบิน ที่นั่งบนเครื่องบิน

สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ วันที่ 22 มิ.ย.นี้ สหรัฐฯจะเปิดให้ประเทศต่างๆ ยื่นคำขอเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ วันที่ 6 ก.ค. เปิดให้ยื่นข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น อัตราภาษีที่เหมาะสม รายการสินค้าที่ควรเพิ่ม/ถอดออก ความเหมาะสมของสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งไทยจะต้องยื่นข้อมูลต่างๆ ให้สหรัฐฯ จากนั้นวันที่ 7 ก.ค.จะเริ่มต้นรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และ 5 วันหลังสิ้นสุดรับฟังความเห็นสาธารณะ จะเปิดให้ส่งข้อโต้แย้งได้“เราจะชี้แจงกับสหรัฐฯ เพื่อให้ลดภาษีจาก 12.5% เป็นอย่างน้อยไม่เกิน 10% เท่าคู่แข่งสำคัญหลายประเทศ โดยจะโต้แย้งว่า เรื่องมาตรฐานแรงงาน ไทยได้ผลักดันการเจรจาพหุภาคีผ่านองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ และเน้นย้ำประสิทธิภาพกฎหมายแรงงานปัจจุบัน และจะแสดงความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับในอนาคต เสนอแผนดำเนินการที่ชัดเจน ป้องกันการนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับในบางอุตสาหกรรม ส่วนประเด็นรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า จะชี้แจงว่า สินค้าไทยเป็นวัตถุดิบจำเป็น หากสหรัฐฯจะเก็บภาษีนำเข้า ก็จะทำให้ห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐฯขาดแคลนได้”

ส่วนการเปิดไต่สวน มาตรา 301 ประเด็นการใช้กำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม คือ รถยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักร ที่ขณะนี้ USTR ยังไม่ประกาศผลการไต่สวนขั้นต้นนั้น ไทยได้ชี้แจงสหรัฐฯไปแล้วว่า กำลังการผลิตของผู้ส่งออกหลักของไทยอยู่ที่ 70-95% ไม่ได้ต่ำกว่า 60% ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมประสานกระทรวงอุตสาหกรรมปรับปรุงฐานข้อมูลดัชนีการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม (MPI) ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้นแล้ว


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ