
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ครบรอบ 65 ปี ว่า สบพ. เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านการบิน และเป็นหัวใจหลักในการสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ซึ่งกระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายยกระดับ สบพ. จากสถาบันการศึกษาด้านการบินสู่ World-Class Aviation Training Hub ที่ได้รับการยอมรับทั้งในภูมิภาค และระดับสากล เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า สบพ. ได้รับการรับรองมาตรฐาน TCAR PEL-Part 147 จาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) และ EASA Part-147 จากสหภาพยุโรป ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงมาตรฐานการฝึกอบรมของไทยในระดับสากล ซึ่งความสำเร็จนี้สอดคล้องกับการดำเนินงานของ สบพ. ทั้งการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาบุคลากร ผลิตกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ เสริมสร้างภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ และขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน
อย่างไรก็ตามในระยะต่อไปคาดหวังให้ สบพ. ใช้จุดแข็งจากมาตรฐานระดับสากลดึงดูดผู้เรียนจากทั้งในและต่างประเทศ พร้อมพัฒนาหลักสูตรรองรับเทคโนโลยีการบินแห่งอนาคต อาทิ Drone, Seaplane, eVTOL และ Cybersecurity ด้านการบิน รวมถึงเชื่อมโยงความร่วมมือกับสายการบินและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) เพื่อผลิตบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมการบิน
ทั้งนี้ สบพ.นับเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านการบินชั้นนำของไทย จึงอยากเห็นการพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกอบรมด้านการบินของภูมิภาค (Aviation Training Center) ที่รองรับผู้เรียนจากทั่วโลก ครอบคลุมทุกสาขาวิชาชีพด้านการบิน เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นแหล่งพัฒนาบุคลากรการบินชั้นนำของภูมิภาคและของโลก อีกทั้งผลักดันให้ สบพ. ศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง หน่วยธุรกิจ (Business Unit) เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรและศักยภาพที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างรายได้กลับคืนสู่องค์กร ลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ และนำรายได้ไปพัฒนาคุณภาพการศึกษา บุคลากร และเทคโนโลยีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง
“ผมอยากเห็น สบพ. เป็นทั้งศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการบินระดับนานาชาติ และเป็นองค์กรที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub ของภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนยังเน้นย้ำให้ สบพ.เดินหน้าลงทุนพัฒนาหลักสูตร Seaplane เพื่อรองรับตลาด Seaplane ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และเมืองรอง ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีกำลังซื้อสูงและมีประสิทธิภาพ (High-end) เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงระหว่างเกาะต่าง ๆ ได้
ขณะที่ความคืบหน้าโครงการลงทุนพัฒนาศูนย์ฝึกการบินที่หัวหิน ซึ่งจะพัฒนาให้เป็นอาคารศูนย์ฝึกแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีความพร้อมสมบูรณ์ ทั้งโครงสร้างอาคารและระบบต่างๆ นั้น เป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ทุกประการ เมื่อแล้วเสร็จจะทำให้ สบพ.มีความพร้อมและศักยภาพในการรองรับนักศึกษาได้เพิ่มมากขึ้น และพร้อมที่จะยกระดับขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการฝึกอบรมการบินของภูมิภาค เพื่อรองรับนักศึกษาและนักบินจากต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาเรียนในอนาคต
นางสาววราภรณ์ เต็มแก้ว รองผู้ว่าการฝ่ายบริการ สบพ. รักษาการแทนผู้ว่าการ สบพ. กล่าวว่า สบพ.มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทย ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการเรียนการสอน พร้อมตั้งเป้าเปิดตัวหลักสูตรใหม่ด้านการบินและเตรียมความพร้อมด้านอาคารสถานที่และฝูงเครื่องบินฝึกเต็มพิกัด โดยในส่วนของหลักสูตร Seaplane ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาส่วนประกอบต่างๆ ของหลักสูตร เบื้องต้นจะเป็นหลักสูตรระยะสั้นออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำการบิน หรือขับเคลื่อนยานพาหนะประเภทอื่นมาแล้ว ตั้งเป้าหมายจะเปิดรับผู้เข้าอบรมรุ่นแรกให้ได้ในช่วงกลางปี 2570