
“AI” กำลังกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของโลกธุรกิจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความสามารถของมนุษย์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่เทคโนโลยีไม่อาจเข้ามาแทนที่ได้ง่าย นี่คือสารสำคัญที่ “กิฟฟารีน” ผู้นำธุรกิจสุขภาพและความงามสัญชาติไทย ต้องการส่งต่อผ่านเวทีสัมมนาครั้งใหญ่ “Giffarine Business Forum 2026”
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้นำธุรกิจสุขภาพและความงามสัญชาติไทย เปิดเผยในงานสัมมนาครั้งใหญ่ “Giffarine Business Forum 2026” ท่ามกลางนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 2,300 คนที่เข้าร่วมรับฟังวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต ซึ่งจัดภายใต้แนวคิด “Adaptive Intelligence ปรับตัวอย่างอัจฉริยะ พลิกชนะทุกวิกฤต” ณ ไบเทค บางนา ว่า หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ปี 2569 คือการ “ปรับตัว” ให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทในแทบทุกอุตสาหกรรม กิฟฟารีนมองว่าการอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว จำเป็นต้องผสานความแข็งแกร่งของเทคโนโลยีเข้ากับศักยภาพของมนุษย์ หรือกลยุทธ์ 2 in 1 ที่ต้องเก่งทั้ง Human Skill และ AI Skill ควบคู่กันไป
ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศยังเผชิญความท้าทาย ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง แต่กิฟฟารีนยังคงรักษาระดับรายได้รวมในไตรมาสแรกได้ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอย่างสกินแคร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างและโปรตีน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ได้รับการตอบรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนสัญญาณเชิงบวกของตลาด จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทจึงเดินหน้าแผนการตลาดเชิงรุกเต็มรูปแบบตลอดปี 2569 เพื่อเสริมศักยภาพให้กับเครือข่ายนักธุรกิจกว่า 870,000 รหัสทั่วประเทศ โดยเน้นการขยายโอกาสทางการขายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกจุดสัมผัส
“อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการรุกตลาดดิจิทัลอย่างเข้มข้น ผ่านการสร้างการรับรู้และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมใช้พลังของกลุ่ม Influencer ทั้ง KOL และ KOC ในการถ่ายทอดประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคยุคใหม่ ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การแข่งขันในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การตลาดเชิงรุกจึงเป็นสิ่งจำเป็น องค์กรต้องพร้อมทั้งการยกระดับศักยภาพและการพัฒนาทักษะใหม่อยู่เสมอ”