“ไชยชนก” กับโครงการ TH AI Passport

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ไชยชนก” กับโครงการ TH AI Passport

Date Time: 2 มิ.ย. 2569 04:02 น.

Summary

ตอนเข้ารับตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วาระแรกในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 “ไชยชนก ชิดชอบ” กระชากความสนใจของผู้คนได้จั๋งหนับมาแล้ว จากการลุกขึ้นแฉในสภาฯ (วันที่ 30 ก.ย.2568) ระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่งก็ได้รับการติดต่อผ่านคนรู้จักเสนอเงินเดือนละ 40 ล้านบาท แลกกับการไม่ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังสัยในธรรมเนียมปฏิบัติของกระทรวงดีอีที่ผ่านมา

Latest

สำรวจของแพง “เงินเฟ้อพุ่ง” ทั่วโลก

ตอนเข้ารับตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วาระแรกในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 “ไชยชนก ชิดชอบ” กระชากความสนใจของผู้คนได้จั๋งหนับมาแล้ว จากการลุกขึ้นแฉในสภาฯ (วันที่ 30 ก.ย.2568) ระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่งก็ได้รับการติดต่อผ่านคนรู้จักเสนอเงินเดือนละ 40 ล้านบาท แลกกับการไม่ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังสัยในธรรมเนียมปฏิบัติของกระทรวงดีอีที่ผ่านมา

ท่านรัฐมนตรีขมีขมันตั้งคณะกรรมการสอบให้ “พชร อนันตศิลป์” ปลัดดีอี ซึ่งขณะนั้นเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่ถึงสัปดาห์ นั่งเป็นประธาน สรุปผลภายใน 30 วัน ไม่พบข้าราชการกระทรวงดีอีเกี่ยวข้อง แต่ สส.ภูมิใจไทยที่นำความมาบอกนายไชยชนกไม่ยอมมาให้ปากคำ บทบาทหน้าที่ของกระทรวงดีอีจึงจบลง เมื่อผลสอบถูกส่งต่อถึงมือตำรวจ เรื่องราวเงียบหายตราบใดที่กระบวนการสืบสวนไม่ถูกทำให้เสร็จสิ้น

กลับเข้ามารับตำแหน่งในวาระที่ 2 ไม่ทันไร “ไชยชนก” ถูกรุมล้อมอีกครั้ง จากฝ่ายตั้งคำถามกลายเป็นถูกเขวี้ยงคำถามใส่ เมื่อฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามถึงความโปร่งใสของโครงการ TH AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI สำหรับคนไทยที่มีอายุมากกว่า 15 ปี จำนวน 5 ล้านคน เข้าถึงและใช้งาน Generative AI ตัวท็อปไม่ต่ำกว่า 12 โมเดลได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี

ตั้งแต่จุดเริ่มต้นโครงการมีความพยายามอธิบายว่าไม่ได้รวบรัด ตัดตอน เป็นไปตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้เงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งบริหารจัดการโดยคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE ภายใต้ปีกกระทรวงดีอีเองในครั้งนี้นั้น เป็นการชงงบเอง อนุมัติงบเอง ใช้งบเอง ในวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่ง เป็นรูปแบบการใช้เงินในลักษณะสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายหัวให้กับกลุ่มเป้าหมาย 5 ล้านคน ในการใช้บริการโมเดล AI พรีเมียมระดับโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ

โครงการระดับนี้ซึ่งไม่อยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณ แต่เป็นการขออนุมัติเงินกองทุนซึ่งมีขั้นตอนน้อยกว่า แม้ไม่ขัดกับข้อบังคับใด แต่เมื่อเป็นความริเริ่มจาก รมต.ไชยชนก ซึ่งยืดอกยอมรับเองว่า “เป็นนโยบายของผมที่ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว” ถูกคาดหวังว่าจะมีการเปิดเผยอย่างโปร่งใส เพื่อให้มีการรับรู้ ตรวจสอบ กลั่นกรอง

ในหลายยุคสมัย ผลการประชุมบอร์ดกองทุนดีอีจะมีการเผยแพร่ข่าวต่อสื่อมวลชนกระทรวงดีอี เปิดเผยวงเงินสนับสนุนโครงการหลากหลาย หลักล้าน หลักสิบล้าน สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล แต่กลับไม่ใช่ในการประชุมครั้งที่มีการอนุมัติงบโครงการใหม่เอี่ยมมูลค่า 1,621 ล้านบาท ซึ่งมี “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม นั่งเป็นประธานเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2568 ก่อนประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างต่อมาในวันที่ 17 พ.ย.2568

การพูดถึงโครงการนี้อย่างเปิดเผยของผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงดีอีต่อสื่อมวลชน เป็นการพูดหลังจากที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเสร็จสิ้นไปหมดแล้ว เตรียมจะเปิดตัวโครงการในเดือน มิ.ย.2569

ทั้งรัฐมนตรีว่าการและปลัดกระทรวงให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลใจว่าโครงการจะไม่แพร่หลาย จึงต้องมีแผนทำประชาสัมพันธ์ภายใต้วงเงินราว 40 ล้านบาท หวั่นจะมีผู้สนใจใช้ AI ระดับพรีเมียมไม่มากพอ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตัวเลข 5 ล้านคน อาจเกินกว่าความต้องการใช้จริงไปมาก และกระทรวงดีอีไม่เคยมีตัวเลขคนใช้ AI พรีเมียมที่ต้องชำระค่าบริการรายเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณโมเดลละ 600 บาทในประเทศไทย ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่ามีจำนวนเท่าใด

มีเพียงตัวเลขของโครงการเมื่อเดือน พ.ย.2568 ครั้งที่ รมต.ไชยชนกจับมือกูเกิล คลาวด์ แจกแพ็กเกจ AI ระดับโปร (Google AI Pro) มูลค่าเดือนละ 750 บาท ฟรี 1 ปี ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดจำนวน ครั้งนั้นมีผู้สมัครใช้สิทธิ์ราว 200,000 รายเศษ จากจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่คุณสมบัติเข้าข่ายประมาณ 3 ล้านคนทั่วประเทศ

การใช้เงินจำนวน 1,600 ล้านบาท บนความไม่แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายจะมีมากพอและสนใจหรือไม่ ประกอบกับไร้เจตนาที่จะอธิบายให้เท่าทันกับเวลา โครงการนี้จึงถูกหลายคนมองว่าไม่สมเหตุสมผล ขณะที่รัฐบาลต้องกู้เงินกว่า 400,000 ล้านบาทมาช่วยพยุงภาระค่าครองชีพของประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม ทำสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีพีดีปริ่มน้ำ

เมื่อมัดรวมเข้ากับการตั้งข้อสังเกตนานัปการของฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน ก๊วนเทคโนโลยีสายแข็ง ตั้งแต่ผู้ชนะการประมูล กิจการร่วมค้าทีเอช ซึ่งประกอบด้วยผู้คร่ำหวอดขาประจำในวงการอย่าง บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในมูลค่า 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 29 ล้านบาท

ตลอดจนรายละเอียดของโครงการที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าแจกใคร แบบไหน บริหารการใช้งานอย่างไร เขียนกว้างๆเอาไว้ก่อนเพราะกลัวทำไม่ได้ สังคมโดยรวมจึงพร้อมใจกัน “เอ๊ะ” โดยมิได้นัดหมาย.

ศุภิกา ยิ้มละมัย


คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ