
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สคท.) กล่าวเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2569 ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ว่า ภารกิจที่ตั้งใจว่าจะทำให้สำเร็จในรอบ 3 ปีที่ดำรงตำแหน่ง คือการผลักดันให้มีการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับความมั่นคงและความเป็นส่วนตัวของคนไทยบนคลาวด์ (Cloud) ของประเทศไทยเท่านั้น จากปัจจุบันข้อมูลจำนวนไม่น้อย ถูกจัดเก็บนอกประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงและความเป็นส่วนตัว
“เราพบว่าอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตหลากหลาย ถูกจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ต่างประเทศ ยกตัวอย่างกล้องวงจรปิดที่ผลิตชาวจีน ทั้งข้อมูลภาพ ภาพเคลื่อนไหวที่บ้านและเป็นส่วนตัว ถูกจัดเก็บบนคลาวด์จีนทั้งหมด ทางสมาคมโทรคมนาคมจึงจะผลักดันและเข้าหารือให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ตั้งแต่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยอาจออกข้อกำหนดให้จัดเก็บไว้บนคลาวด์ในประเทศเท่านั้น”
ส่วนภารกิจสำคัญอีก 2 ประการ ที่ต้องการผลักดันให้เห็นผลสำเร็จ ได้แก่ การจัดระเบียบสายโทรคมนาคม ซึ่งปัจจุบันเป็นภาระการเงินที่หนักอึ้งของผู้ประกอบการ และยังเกี่ยวพันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลากหลาย สมาคมฯขอเป็นเวทเพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน และการเพิ่มบทบาทคณะทำงานรับมือเหตุฉุกเฉินทางคอมพิวเตอร์ (CERT Team)ภายใต้สมาคมฯ เพื่อรับมือกับการโจมตีทางเทคโนโลยีซึ่งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและอันตรายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการปกป้องผู้ประกอบการรายกลางถึงรายเล็ก ซึ่งเป็นสมาชิกสมาคม
“ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโลกสู่ยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ จากผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสาร สู่การเป็น “Digital Infrastructure Industry” ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนา AI และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต”
นอกจากการสนับสนุนเทคโนโลยี AI, คลาวด์, ดาต้าเซ็นเตอร์และความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)แล้ว ยังจะผลักดันการปรับโครงสร้างด้านการกำกับดูแล (Regulatory Reform), ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี, ผสานความร่วมมือระหว่างสมาชิกให้แน่นแฟ้น และพัฒนาทักษะคนโทรคมนาคมให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและยุค AI