10 สมาคมเหล็กปลื้มกระทรวงอุตสาหกรรม กล้าชนผู้กระทำผิด-เชือดโรงงานผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

10 สมาคมเหล็กปลื้มกระทรวงอุตสาหกรรม กล้าชนผู้กระทำผิด-เชือดโรงงานผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน

Date Time: 22 พ.ค. 2569 06:30 น.

Summary

“บิ๊กนาวา” นำทีม 10 สมาคมเหล็กไทย เข้าพบกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อขอบคุณที่ปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ กล้าชนผู้กระทำผิด เดินหน้าจัดการโรงงานเหล็กที่ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์

Latest

“ศุภมาส” จับตาวอลโว่ปมไฟไหม้

นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้นำผู้บริหาร 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย อาทิ สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น สมาคมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนเข้าพบ นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  (สมอ.) เพื่อรายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนติดตามสถานะความคืบหน้าของมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กต่างๆ  ความคืบหน้าในการตรวจติดตามผู้ได้รับใบอนุญาต การควบคุมและตรวจสอบสินค้าเหล็ก               

“นายวิฤทธิ์ ได้รับฟังข้อเสนอของ 10 สมาคมฯ  ที่เป็นตัวแทนจริงของอุตสาหกรรมเหล็ก 500 บริษัทในประเทศไทย ด้วยความใส่ใจ พร้อมนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กได้ชมการทำงานของ กระทรวงอุตสาหกรรม และ สมอ. ที่กล้าชนผู้กระทำผิด โดยเดินหน้าจัดการโรงงานเหล็กที่ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และสร้างมลพิษ”               

ดังนั้นเรื่องดังกล่าว  เป็นเครื่องชี้วัดสำคัญว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่กระทรวงฯ ออกใบอนุญาต แต่ กล้าปกป้องประชาชน และอุตสาหกรรมเหล็กไทย โดย มอก. ต้องมาก่อน กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ไม่สามารถต่อรองได้ 

ขณะเดียวกัน ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการใช้เหล็กรวม 18.5 ล้านตัน แต่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 35% ที่ปริมาณผลิต 8.1 ล้านตันเท่านั้น โดยมีสินค้าเหล็กนำเข้ามากถึง 12 ล้านตัน คาดว่าในปีนี้ ความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยจะถดถอยต่ำกว่าปีก่อนตามภาวะเศรษฐกิจ ในขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กของไทยยังประสบ 2 ปัญหาหลัก ได้แก่ 1. สินค้าเหล็กทุ่มตลาดจากต่างชาติทะลักเข้าไทย โดยเฉพาะจากประเทศจีน ซึ่งปีที่ผ่านมา ได้ส่งออกเหล็กไปทั่วโลกมาก 119 ล้านตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ภูมิภาคต่างๆ ในโลกได้มีการใช้ทั้งมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping: AD) มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง (Anti Circumvention: AC) มาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguarding: SG) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Counterveiling Duty: CVD) ตลอดจนมาตรการที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers : NTBs) อย่างเข้มข้น จริงจัง รวดเร็ว               

“ทำให้สินค้าเหล็กที่ไม่สามารถไปทุ่มตลาดในภูมิภาคดังกล่าวได้ จึงไหลทะลักเข้ามายังประเทศไทยอย่างรุนแรงต่อเนื่อง แม้ไทยจะมีการใช้มาตรการ AD และ AC สำหรับเหล็กหลายรายการ แต่ก็ยังล่าช้า และมีช่องโหว่ที่ผู้นำเข้าหลบเลี่ยงกฎหมายมาโดยตลอด ประเทศไทยจึงเสมือนสนามรบ เพราะในขณะที่ดีมานด์ถดถอย การแข่งขันและแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจากต่างชาติก็รุนแรงขึ้น จากการที่หลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน เร่งระบายกำลังการผลิตส่วนเกิน”

2. โรงงานเหล็กเตาหลอมประเภท Induction Furnace (IF) ที่ถูกรัฐบาลจีนสั่งปิด เนื่องจากจีนมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล็กด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงดำเนินการโละทิ้งโรงงานที่ใช้เตาหลอม IF ซึ่งใช้เทคโนโลยีล้าสมัย ขั้นตอนการหลอมไม่สามารถขจัดสารมลทิน (Refining process) ออกจากน้ำเหล็กได้ อีกทั้งยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและฝุ่นควันในระดับสูง            

ดังนั้นจึงทำให้เครื่องจักรเก่าโรงงานเหล็กราคาถูกจากจีนไหลทะลักเข้ามายังประเทศไทย ทำลายกลไกตลาด สร้างทั้งความเสี่ยงต่อผู้บริโภคสินค้าเหล็กเพราะสินค้าเหล็กที่ผลิตได้มีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กจำนวนมากในไทยซึ่งใช้เทคโนโลยีและ มอก. ที่สูงกว่า           

นายนาวา กล่าวว่า 10 สมาคมเหล็กจึงขอให้ สมอ. พิจารณาบังคับใช้ มอก. เพื่อยกระดับความปลอดภัย และควบคุมการผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF โดยเข้มงวดตามกฎหมายให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงตามระบบ EAF (ระบบปิดที่สามารถควบคุมคุณภาพน้ำเหล็กได้มาตรฐาน) โดยโรงงานเหล็ก IF ต้องมีกระบวนการผลิตที่เพิ่มขั้นตอนปรุงแต่งน้ำเหล็กด้วย Ladle Furnace เพื่อให้การผลิตสินค้าเหล็กมีคุณภาพสม่ำเสมอ และปกป้องความปลอดภัยของประชาชนจากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานการก่อสร้าง             

“ผมขอเรียกร้องให้ประเทศไทยต้องยกเลิกการให้มีโรงงานเหล็กที่ใช้เตา IF โดยกำหนดช่วงให้ผู้ประกอบการเตา IF เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีภายในระยะ 3 ปี เป็นต้น ซึ่งนับเป็นเวลาที่มากพอ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่รัฐบาลจีนสั่งยกเลิกโรงงานเหล็กเตา IF มีการให้เวลาจำกัดเพียง 6 เดือนเท่านั้น”             

นอกจากนี้ 10 สมาคมเหล็กยังขอชื่นชม กรมศุลกากร ที่เข้มงวดในการตรวจจับการนำเข้าเหล็กผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการสำแดงพิกัดเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีและอากรตอบโต้การทุ่มตลาด ซึ่งถือเป็นการอุดรูรั่ว และนำรายได้จากผู้นำเข้าที่พยายามโกงอากรคืนประเทศชาติ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ ภาครัฐต้องกล้าเลือกข้างให้ชัด ระหว่างผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง กับผู้ที่เลี่ยงกฎหมายและทำลายระบบ อย่าปล่อยให้ทุนเทามาบิดเบือนประเทศไทย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ