
“พาณิชย์” ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ออกแถลงการณ์ร่วมมือพลังงาน เชื่อมโยงไฟฟ้าข้ามประเทศ ผลักดันเป็น “ภูมิภาคที่ปลอดภัยท่ามกลางโลกที่ผันผวน”
น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เข้าร่วมประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นัดพิเศษ โดยสมาชิกอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ร่วมต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจของภูมิภาคจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเน้นร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เพื่อรับมือผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ส่งผ่านไปยังภาคเกษตร โดยเฉพาะราคาปุ๋ยและความเสี่ยงต่อผลผลิต พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้กลไกภูมิภาค อาทิ โครงการสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม (APTERR) และระบบสารสนเทศด้านความมั่นคงอาหารอาเซียน (AFSIS) เพื่อเสริมระบบสำรองและการติดตามสถานการณ์ รวมถึงส่งเสริมเกษตรยั่งยืนเพื่อรองรับความเสี่ยงในระยะยาว
ขณะเดียวกัน จะศึกษาแนวทางการสำรองพลังงานร่วมในภูมิภาค เร่งกระจายแหล่งพลังงานและการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค อาทิ โครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน และโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน ควบคู่กับการดำเนินความร่วมมือภายใต้กรอบสำคัญ ได้แก่ ความตกลงกรอบความมั่นคงด้านปิโตรเลียมอาเซียน และแผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียน ระยะปี 69-73 รวมถึงผันวิกฤติเป็นโอกาสใหม่ของพลังงานทางเลือก เพื่อเสริมสร้างระบบพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน
นอกจากนี้ อาเซียนจะต้องเร่งสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวในระยะยาว โดยไทยได้เสนอให้ยกระดับบทบาทของอาเซียนสู่การเป็น “ภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจที่มั่นคงและน่าเชื่อถือของโลก” ท่ามกลางความผันผวนในบริบทโลกปัจจุบัน โดยอาศัยการมีระบบค้าที่เปิดกว้าง การยึดมั่นในกติกาสากล และการงดเว้นการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่จำเป็น ขณะเดียวกัน ประเทศสมาชิกจะต้องเร่งเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเร่งรัดการมีผลใช้บังคับของความตกลงทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่ค้างอยู่ เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรค และรักษาความต่อเนื่องของการเคลื่อนย้ายสินค้าจำเป็น ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายของตลาดคู่ค้า และเร่งสรุปการเจรจาความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ภายในปีนี้ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางการค้า