
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายและผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมว่า ประเมินจะมีมูลค่าการใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมปีนี้อยู่ที่ 66,000 ล้านบาท ขยายตัว 6% สูงสุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปี 57 และเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 17 ตั้งแต่เริ่มสำรวจเมื่อปี 53 แม้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ผู้ปกครองยังให้ความสำคัญกับการศึกษาของบุตรหลาน ยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ลูกได้เรียนพิเศษมากขึ้น โดยใช้เงินออมและลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น อาหาร ท่องเที่ยว รวมทั้งราคาอุปกรณ์การเรียน และค่าเล่าเรียนยังแพงขึ้น
“ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับโรงเรียนที่มีคุณภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนอินเตอร์ โรงเรียนสองภาษา โรงเรียนเอกชน และห้องเรียนพิเศษ สะท้อนว่า ครัวเรือนไทยยังไม่ตัดลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แม้เศรษฐกิจขยายตัวอ่อนและเป็นสัญญาณว่า การศึกษากลายเป็นต้นทุนสำคัญที่ครอบครัวไทยยอมแบกรับเพื่ออนาคตลูก”
อย่างไรก็ตาม การศึกษาของไทยยังขาดคุณภาพ เห็นได้จาก ผลประเมิน PISA (โครงการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล) ของไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และคะแนนทุกวิชามีแนวโน้มต่ำลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังเกิดวิกฤติเงียบในสถานศึกษา โดยเฉพาะการกลั่นแกล้ง ถูกทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ เด็กไทยมีสุขภาพใจพัง ทั้งรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว หมดไฟ เผชิญความเครียดบ่อยครั้ง ไม่พอใจชีวิตตัวเอง สาเหตุจากขาดความผูกพันและช่องว่างในครอบครัว รวมถึงความกดดันด้านการเรียน การเปรียบเทียบกับคนอื่น
ด้านนางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า ผู้ปกครอง 48.3% ระบุว่าค่าใช้จ่ายปีนี้เพิ่มขึ้น และอีก 1.1% เพิ่มขึ้นมาก เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น, ค่ารถ/ราคาน้ำมันแพงขึ้น ทั้งนี้ ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยโดยรวมช่วงเปิดเทอมอยู่ที่ 29,930 บาท โดยโรงเรียนรัฐบาลห้องปกติ 10,975 บาท โรงเรียนรัฐบาลห้องพิเศษ 33,874 บาท โรงเรียนเอกชนภาคภาษาไทย 31,040 บาท และโรงเรียนเอกชน 2 ภาษา 52,660 บาท นอกจากนี้ ภาระเปิดเทอมยังสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่อง มีเงินไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ทำให้ต้องกู้เงินในระบบและนอกระบบ จำนำทรัพย์สิน ยืมญาติพี่น้อง ผ่อนชำระเป็นงวด ใช้บัตรกดเงินสด
“ผู้ปกครองส่วนใหญ่มองว่า ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน มาก ทำให้ต้องลดค่าใช้จ่ายด้านอื่นเพื่อประคองภาระ เช่น ลดการท่องเที่ยว/การผ่อนคลาย ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ลดค่าอาหารในบ้าน ดึงเงินออมมาใช้ จึงต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ เช่น ลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่ายการศึกษาเพิ่มเติม, สนับสนุนเงินอุดหนุนโดยตรง, อุดหนุนค่าเดินทางนักเรียน, ควบคุมราคาสินค้าที่เกี่ยวกับการเรียน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ค่าเล่าเรียน ราคาสินค้าและราคาน้ำมัน ยังเป็นแรงกดดันหลักของครัวเรือนไทยในช่วงเปิดเทอมปีนี้”