กวาดล้างนอมินี 6.5 พันราย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

กวาดล้างนอมินี 6.5 พันราย

Date Time: 5 พ.ค. 2569 06:30 น.

Summary

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าปราบนิติบุคคลต่างด้าว ทำธุรกิจในไทยโดยฝ่าฝืนกฎหมาย 6,551 ราย ผนึกกำลังพันธมิตรตรวจสอบเชิงลึก ลั่นผิดจริงฟันไม่เลี้ยง

Latest

เปิดสถิติเงินฝากชี้เป้า“จังหวัดคนรวย”

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย โดยมุ่งที่นิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% ลักลอบดำเนินธุรกิจในบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต เบื้องต้นพบนิติบุคคลต่างด้าวเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย 6,551 ราย ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร ขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

“ต่างชาติที่จะลงทุนในไทย ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการประกอบธุรกิจของต่างด้าวไว้ 3 บัญชีท้าย หากฝ่าฝืน จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต และผู้รู้เห็นเป็นใจ หรือนอมินี”

สำหรับบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.ดังกล่าว ประกอบด้วย บัญชี 1 ห้ามชาวต่างชาติประกอบธุรกิจเด็ดขาดเพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่พื้นฐานของคนไทย และสงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำประมงในน่านน้ำไทย ทำไม้จากป่าธรรมชาติ ค้าที่ดิน ส่วนบัญชี 2 เกี่ยวข้องกับความมั่นคง วัฒนธรรม และทรัพยากรของประเทศ ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับความมั่นคง (เช่น อาวุธ) ธุรกิจคมนาคม ขนส่ง ธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ

และบัญชี 3 คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เช่น ธุรกิจบริการ เช่น บัญชี กฎหมาย ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม เป็นต้น ส่วนความผิดตามกฎหมายนั้น ผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ที่รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดหรือมิได้ป้องกันเกินสมควรไม่ให้เกิดการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ