
เชอรี่กรุ๊ป เปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle: NEV) ในไทย ที่ จ.ระยอง มูลค่าลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ของภูมิภาค ตั้งเป้ากำลังการผลิต 80,000 คันต่อปี ภายใน 5 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัท เชอรี่กรุ๊ป (Chery Group) หนึ่งในบริษัทรถยนต์รายใหญ่ของจีน ร่วมกับ "โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย)" อันเป็นบริษัทในเครือ ได้จัดพิธีเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle: NEV) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่ จ.ระยอง มูลค่าการลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “The Future Starts Here” นับเป็นก้าวสำคัญของการลงทุนระยะยาว การยกระดับเทคโนโลยีการผลิต และการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ของภูมิภาค
โดยโรงงานแห่งใหม่นับเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ Localization หรือการผลิตในประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านซัพพลายเชน ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดภูมิภาค
นายเฉิน ชุนชิง รองประธานบริหาร CHERY International กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลก พร้อมนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้ในประเทศไทย และมีบทบาทสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลก ผ่านการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่และกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน Chery Group ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนานวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 19 แห่ง และเครือข่ายซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติกว่า 300 ราย รวมถึงเครือข่ายการขายและบริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก ความสำเร็จด้านการส่งออกยังเติบโตต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน และสามารถรักษาระดับยอดส่งออกเกิน 100,000 คันต่อเดือนต่อเนื่อง 11 เดือน ขณะที่เดือนมีนาคมมียอดส่งออก 148,777 คัน เพิ่มขึ้น 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในระดับสากล Chery Group ได้ขยายธุรกิจในยุโรปมากกว่า 18 ประเทศ และครอบคลุมตลาดพวงมาลัยขวา 14 ประเทศทั่วโลก โดยมีสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจผ่าน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA & JAECOO, CHERY และ LEPAS สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดไทยในระยะยาว
ความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทยยังสะท้อนผ่านงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ปี 2569 ซึ่ง CHERY, OMODA & JAECOO สามารถคว้าอันดับ 1 ด้านยอดจองในกลุ่มแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน แสดงถึงการยอมรับของผู้บริโภคและทิศทางการเติบโตทางการตลาดที่ชัดเจน
โรงงาน NEV ที่เปิดดำเนินการในประเทศไทยได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง รวมถึงกระบวนการเชื่อมตัวถังอะลูมิเนียม และได้เริ่มเข้าสู่ระยะการผลิตแล้ว โดยบริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตในช่วงแผนระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2569–2573 ไว้ที่ 80,000 คันต่อปี เพื่อเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์สำหรับตลาดเอเชียและตลาดส่งออก
ด้านนายเซดริก ซุย ประธาน Chery Group ประเทศไทย ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย ไม่ได้มุ่งเพียงการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ แต่รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขาย ความพร้อมของอะไหล่ คุณภาพงานบริการ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่
กลยุทธ์การดำเนินงานในไทยจะขับเคลื่อนผ่านพอร์ตโฟลิโอของทั้งสามแบรนด์ โดย CHERY มุ่งเน้นกลุ่มครอบครัวผ่านรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ขณะที่ OMODA และ JAECOO จะสร้างภาพลักษณ์ด้านนวัตกรรมครอสโอเวอร์และไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ ส่วน LEPAS จะนำเสนอแนวคิด “Elegant Mobility Life” เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการเดินทางที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคไทย
นอกจากการผลิต บริษัทให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายภายใต้แนวคิด “Here to Care” โดยมีแผนขยายเครือข่ายบริการเป็น 210 โชว์รูมภายในปี 2569 พร้อมพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคให้ได้รับการรับรองครบ 100% รวมถึงยกระดับประสิทธิภาพด้านอะไหล่และบริการให้ได้มาตรฐานสากล
ภายใต้แนวคิด “Here to Stay” บริษัทยังลงทุนด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ผ่านโครงการพัฒนาทักษะในอุตสาหกรรม xEV ครอบคลุมตั้งแต่นักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษา บุคลากรสายวิชาชีพ ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ในอนาคต โดยมีความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและ AHRDA เพื่อยกระดับทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งมีกำหนดลงนามความร่วมมือด้านทักษะ NEV ในเดือนพฤษภาคม 2569 รวมถึงความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคระยองและวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศ
ประเทศปลายทางการส่งออกหลักจะเป็นประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยให้ CHERY Group ขยายการดำเนินงานและเพิ่มการเข้าถึงตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับรถรุ่นแรกที่จะผลิตคือ JAECOO 5 EV ตามด้วย JAECOO 6 EV, OMODA CS EV, CHERY V23 และรุ่นอื่นๆภายในครึ่งปีแรก