
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากที่ประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ที่กำหนดให้การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนการส่งออก มีผลบังคับใช้ไปแล้วนั้น ในเดือนเม.ย.69 มีผู้ส่งออกยื่นขออนุญาตส่งออก 102,000 ตัน ซึ่งกรมได้พิจารณาอนุญาตให้ส่งออกได้ทั้งหมด เนื่องจากปริมาณอยู่ในกรอบที่กำหนด และยังสามารถอนุญาตเพิ่มเติมได้ภายใต้กรอบ โดยกรมจะคำนึงถึงความสอดคล้องกับสถานการณ์สต็อกและความต้องการใช้ในประเทศด้วย
ทั้งนี้ ในเดือนเม.ย.69 คณะอนุกรรมการบริหารสมดุลน้ำมันปาล์ม ได้กำหนดปริมาณน้ำมันปาล์มดิบสำหรับการบริหารสมดุลทั้งภาคการบริโภค ภาคพลังงาน และการส่งออก โดยในการส่งออก ได้กำหนดไว้ที่ 200,000 ตัน ส่วนบริโภคภายในประเทศ 125,000 ตัน และการใช้ในภาคพลังงาน (B7 และ B20) อีกประมาณ 120,000-140,000 ตัน จากปกติเคยใช้ 70,000 ตัน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในช่วงฤดูกาลผลิตปัจจุบัน โดยกรมดำเนินการควบคู่กันอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนหรือกระทบต่อราคาภายในประเทศ
“การบริหารจัดการน้ำมันปาล์มขณะนี้ ยึดหลักการบริหารสมดุลทั้งระบบ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพราคาและรายได้ของเกษตรกร อีกทั้งแม้ขณะนี้ ราคาน้ำมันปาล์มดิบ ในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง แต่กรมยังคงดูแลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศอยู่ที่ประมาณ 40 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เพื่อให้เกษตรกรจำหน่ายผลปาล์มสดได้ในราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบ”
โดยล่าสุด ณ วันที่ 16 เม.ย.69 ผลปาล์มสดอยู่ที่ เมษายน 2569 อยู่ที่ 6.80–7.50 บาทต่อกก. หรือเฉลี่ยทั่วประเทศ 7.15 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เฉลี่ย 5.70 บาท หรือเพิ่มขึ้น 25% ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ 40.00–40.25 บาทต่อกก. หรือเฉลี่ย 40.13 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ย 33.75 บาท หรือเพิ่มขึ้นราว 19% ซึ่งเป็นผลจากการดูดซับเข้าสู่ภาคพลังงานเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน กรมได้กำชับให้มีการกำกับดูแลการรับซื้อผลปาล์มอย่างเข้มงวด ทั้งในส่วนของโรงงานสกัดและลานเท โดยเน้นการสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกร ทั้งการปิดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน การตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งน้ำหนัก เพื่อป้องกันการเอาเปรียบ
สำหรับแนวทางในเดือนพ.ค.69 กรมจะนำแผนการใช้พลังงาน B7 B20 และแผนการส่งออกน้ำมันปาล์มจากผู้ส่งออก เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการบริหารสมดุลน้ำมันปาล์ม ซึ่งจะประชุมวันที่ 21 เม.ย.นี้ โดยขอความร่วมมือผู้ส่งออกจัดทำแผนการส่งออกล่วงหน้า เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการพิจารณา และสามารถบริหารจัดการให้เกิดความเหมาะสมและสมดุลมากที่สุดในทุกภาคส่วน