
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ได้มีโอกาสพบปะหารือกับนายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก โดยได้หารือถึงกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและธนาคารโลก โดยให้ความสำคัญเรื่อง Low Carbon City Project ซึ่งจะมีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงบริการทางการเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย.
ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ ยังได้กล่าวในเสวนาเศรษฐกิจโลก “The Debate on the Global Economy” ว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ เช่นเดียวกันกับอีกหลาย ๆ ประเทศ จึงได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างมากทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอุปสงค์อ่อนแอและเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูงได้ในที่สุด และในจังหวะนี้ ไทยจึงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยชูจุดแข็งเรื่องความเป็นพื้นที่ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเพื่อยกระดับผลิตภาพของประเทศ ซึ่งรัฐบาลมีแผนเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน.
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทย ยังมีความแข็งแกร่ง โดยดุลการชำระเงินของไทยยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก และมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นมากกว่า 2.5 เท่า หรือเทียบเท่ากับการนำเข้าถึง 10 เดือน พร้อมทั้งสนับสนุนให้สถาบันการเงินระดับโลกอย่างทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก เข้ามามีบทบาทสำคัญในการประสานความช่วยเหลือและระดมทุนให้แก่ประเทศที่ต้องการการสนับสนุน โดยรากฐานที่มั่นคงจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกไปสู่ “New Horizons” ซึ่งเป็นธีมหลักของการประชุมประจำปี IMF–World Bank ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพต่อไป.