
แผ่นดินแทบลุกเป็นไฟ คนไทยจวนอดตาย เพราะราคาสินค้าดาหน้าขึ้นราคาอย่างไม่หยุดหย่อน ค่าครองชีพพุ่งกระฉูด สวนทางรายได้ที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง และหนี้ท่วมหัว!! เป็นผลจากราคาพลังงาน และวัตถุดิบต่างๆที่สูงขึ้นอย่างไม่มีจุดสิ้นสุดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จึงผลักดันให้ต้นทุนการผลิต การขนส่งสินค้าปรับขึ้น จนผู้ประกอบการต้องหนีตาย ปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการไปแล้ว และยังมีอีกจำนวนมากที่เตรียมปรับขึ้นราคาเดือน เม.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งกระทบชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยแน่นอน
นอกจากนี้ ยังเริ่มส่อเค้าว่า วัตถุดิบสำคัญอย่าง เม็ดพลาสติก ผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่ผลิตเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคนับร้อยนับพันรายการ ตั้งแต่อาหาร ยา เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ ภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ นั้น
อาจขาดแคลนในเร็วๆนี้ เพราะเรือจากตะวันออกกลางยังมาไม่ถึงไทย อีกทั้งราคาขยับขึ้นรายวันตามราคาพลังงาน หรือปุ๋ยเคมี ก็ราคาสูงขึ้นมาก สต๊อกในประเทศอาจใช้ได้ถึงเดือน เม.ย.เท่านั้น
ดังนั้น ตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้ จึงอาจเห็นภาพสินค้าจำนวนมากปรับขึ้นราคาขาย และอาจเกิดความขาดแคลนในหลายสินค้า เพราะวัตถุดิบสำคัญหาซื้อได้ยาก และราคาแพงมาก
ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนนี้ หน่วยงานหลักที่ดูแลราคาสินค้า และค่าครองชีพ อย่าง “กรมการค้าภายใน–กระทรวงพาณิชย์” กลับยังคงบริหารงานแบบไม่เกิด “วิกฤติ” ใดๆ ทำให้รับมือกับวิกฤติครั้งนี้ไม่มีประสิทธิภาพ และทันสถานการณ์
เพราะยังพร่ำบอกประชาชนซ้ำๆมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วิกฤติเดือน มี.ค.69 จนถึงวันนี้ว่า “ยังไม่มีสินค้าขึ้นราคา ยังไม่เกิดภาวะขาดแคลน ประชาชนไม่ต้องตื่นกักตุน”
แต่ในความเป็นจริง ใครๆก็รู้กันหมดว่า ราคาสินค้าหลายอย่างขึ้นไปแล้ว ส่วนโครงการลดค่าครองชีพ เช่น มหกรรมธงฟ้าราคาประหยัด รถพุ่มพวงธงฟ้า ปุ๋ยธงเขียว ก็ยังต้วมเตี้ยมไม่ถึงไหน บางโครงการยังเพิ่งจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งๆที่ผู้คนกำลังลำบาก มีเพียงสินค้า “ไทยช่วยไทย” ขายสินค้าเฮาส์แบรนด์ของห้างราคาถูก ที่ผลักดันออกมาแล้ว แต่ก็เป็นผลงานของ “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” ไปซะอีก
ขณะที่ข้อมูลโครงสร้างต้นทุน ข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้า ที่เดิมกรมการค้าภายในเป็น “คลังข้อมูล” มีข้อมูลถูกต้อง แม่นยำ ใช้วิเคราะห์ คาดการณ์สถานการณ์สินค้าได้ มาวันนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง
แม้แต่ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ขอข้อมูล เช่น เม็ดพลาสติก ปุ๋ยเคมี เพื่อนำมาวางแผนแก้ปัญหา ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน แม่นยำ ส่งผลให้ “นางศุภจี” งดพบปะสื่อมวลชน เพราะเกรงตอบคำถามไม่ได้ และกลายเป็น “เสียหน้า” อีก
นาทีนี้ ต้องยอมรับความจริงว่าสถานการณ์นี้เป็น “วิกฤติ” และบอกประชาชนจะเกิดอะไรขึ้นบ้างจากนี้ รัฐบาล หรือกระทรวงพาณิชย์จะช่วยอย่างไร เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวพร้อมเผชิญความจริง
ถ้ายัง “โลกสวย” ไม่พูดความจริง คงได้พังทั้งรัฐบาล ถ้าประชาชนอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็คงอยู่ไม่ได้!!
ฟันนี่เอส
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม