พบตัว "ไอ้โม่ง" กั๊กน้ำมัน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

พบตัว "ไอ้โม่ง" กั๊กน้ำมัน

Date Time: 8 เม.ย. 2569 04:33 น.

Summary

วิกฤติพลังงานเพิ่งพบว่า มี “ไอ้โม่ง” อยู่เบื้องหลังที่ทำให้น้ำมันในปั๊มต่างๆ ทั่วประเทศขาดหายไปจากการกักตุน และเก็งกำไรจริงๆ เหตุความวุ่นวายโกลาหลหน้าปั๊มจึงไม่ใช่เพราะประชาชนคนไทยเกิดความวิตกเกินเหตุ

Latest

ยอดจองรถยนต์มอเตอร์โชว์พุ่งทะลัก คนแห่จองรวม 1.32 แสนคัน

ผ่านช่วงเวลายากลำบากจากการขาดแคลนน้ำมันหน้าปั๊มมานานกว่า 1 เดือน รัฐบาล นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขวิกฤติพลังงานเพิ่งพบว่า มี “ไอ้โม่ง” อยู่เบื้องหลังที่ทำให้น้ำมันในปั๊มต่างๆทั่วประเทศขาดหายไปจากการกักตุน และเก็งกำไรจริงๆ

เหตุความวุ่นวายโกลาหลหน้าปั๊มจึงไม่ใช่เพราะประชาชนคนไทยเกิดความวิตกเกินเหตุ จนแห่กันไปซื้อน้ำมันเก็บตุนไว้ แต่เกิดจากพฤติกรรมผิดปกติในระบบการค้าน้ำมันที่อมไว้ และไม่ยอมพูดความจริงกัน

เริ่มตั้งแต่การขนน้ำมันลงเรือแล้วออกไปลอยคออยู่กลางทะเล 1—2 วัน เพื่อประวิงเวลา ให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นไปก่อนค่อยปล่อยเข้าสู่ระบบ

ข้อต่อมาคือ พบคลังน้ำมันของโรงกลั่นใหญ่ปฏิเสธการจ่ายน้ำมันให้ปั๊มหรือไม่ยอมขายให้จ๊อบเบอร์ตามปกติ ทำให้ปั๊มน้ำมันต่างๆไม่ได้รับน้ำมันตามปริมาณที่ทำสัญญาไว้เดิม

และสุดท้ายพบว่า มีการลักลอบขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล หรือขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางไปขายในประเทศที่มีราคาน้ำมันแพงกว่าของประเทศไทย ทำให้คณะกรรมการ

ที่ดูแลเรื่องต้นทุน และราคาน้ำมันที่เรียกชื่อสั้นๆว่า คตร.ต้องปรับราคาน้ำมันขึ้นพรวดพราด เช่นที่ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร และขึ้นอีกคราวละ 3—3.50 บาทต่อเนื่อง เป็นต้น

เรื่องแบบนี้คนที่อยู่ในกระบวนการค้าน้ำมันรู้เห็นอยู่ชัดๆว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่โรงกลั่นทุกวันมีเท่าใด กลั่นแล้วได้เท่าไร ขายออกจากคลังน้ำมันให้ผู้ค้าน้ำมันรายใดบ้าง ก่อนจะส่งขึ้นรถ หรือลงเรือ เพื่อกระจายไปตามปั๊มกลางทะเลและสาขาปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ

บริษัทค้าน้ำมันทุกรายรู้ ทั้งที่ค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ตำรวจรู้ ทหารเรือรู้ กระทรวงพลังงานรู้ กรมศุลกากรรู้ กรมสรรพสามิตก็รู้ เรียกว่ารู้กันแทบทุกหน่วยงาน แม้แต่คนขับรถน้ำมันยังรู้ และรู้มาตลอดระยะเวลานานเป็นสิบปี แต่ไม่ยอมพูดความจริง

สำคัญคือ ไม่บอกนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานที่นั่งอยู่หัวโต๊ะให้รับรู้ ขณะที่นั่งประชุมเป็นชั่วโมงๆเพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชน โดยพวกลักลอบทั้งหลายต่างยิ้มร่าที่สามารถทำกำไรได้เป็นร้อยล้านพันล้านบาทในยามที่ประชาชนกำลังประสบความเดือดร้อนต้องเข้าคิวยาวเหยียดรอซื้อน้ำมันกัน

สภาวการณ์ในสังคมเช่นนี้ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่สั่งการให้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด หรืออายัดทรัพย์ที่ไม่สมควรได้

สังคมจะเข้าสู่สภาพที่มือใครยาว สาวได้สาวเอา

โดยเฉพาะเมื่อพบตัวเลขชัดๆในแต่ละเรื่องว่า ประเทศไทยมีการบริโภคน้ำมันจริงๆวันละประมาณ 67 ล้านลิตร แต่กลับมีน้ำมันส่วนเกินออกมา 87 ล้านลิตร หายไปอยู่ไหน 20 ล้านลิตร

ซ้ำยังพบด้วยว่า มีน้ำมันหายไประหว่างการขนส่งจากคลัง 217 ล้านลิตร แต่พอถึงภาคใต้ปลายทางที่สุราษฎร์ธานี น้ำมันเหลืออยู่เพียง 160 ล้านลิตร เท่ากับหายไปถึง 57 ล้านลิตร เป็นต้น

จริงๆกระบวนการป้องกันไม่ให้มีการกระทำเช่นว่านี้ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน ล้วนมีบทบัญญัติตามกฎหมายล้อมคอกไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

แต่ไม่ทำเพราะมีนักการเมืองเข้าไปยุ่มย่ามในรัฐบาลมากไปใช่ไหม?

มิสไฟน์

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ