
ผู้สื่อข่าวรายงกระทรวงพาณิชย์ว่า ช้อปปี้ แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์ม มีผลตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.69 เป็นต้นไป ครอบคลุมทั้งผู้ขายในกลุ่มมอลล์และผู้ขายทั่วไป ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการซ้ำเติมภาระต้นทุนแก่ประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพสูงจากราคาน้ำมันแพง เพราะผู้ค้าออนไลน์ที่ถูกขึ้นค่าธรรมเนียม อาจปรับขึ้นราคาสินค้าและผลักภาระไปสู่ผู้บริโภค
โดยการขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้ ที่โดยรวมขึ้นสูงถึง 3-4% ประกอบด้วย 1.ปรับค่าธรรมเนียมการขายสำหรับผู้ขายในกลุ่มมอลล์และผู้ขายทั่วไป เพิ่มสูงสุด 2% 2.ปรับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตแบบผ่อนชำระ เพิ่ม 1% 3.ปรับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านระบบสินเชื่อพิเศษบนแพลตฟอร์ม (SPayLater) เพิ่ม 1% แต่ขณะเดียวกัน ได้ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการขายสำหรับผู้ขายรายเล็ก ที่มียอดขายรวมไม่เกิน 10,000 บาท ภายใน 30 วัน จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมการขาย 0.5-1.50%
สำหรับค่าธรรมเนียมใหม่ในกลุ่มผู้ขายมอลล์ ที่ปรับขึ้นสูงสุด 2% นั้น ทำให้หมวดสินค้าต่างๆ ปรับขึ้นตามไปด้วย โดยหมวดอิเล็กทรอนิกส์ปรับขึ้นเป็น 5.89-15.52% จากเดิมเก็บ 5.35-13.91%, หมวดหมู่แฟชั่นปรับขึ้นเป็น 11.24-15.52% จากเดิม 11.24-13.91%, หมวดหมู่สินค้าอุปโภคบริโภคและหมวดหมู่อื่นๆ ปรับขึ้นเป็น 15.52% จากเดิม 13.91% ขณะที่หมวดหมู่ไลฟ์สไตล์ปรับขึ้นเป็น 12.84-15.52% จากเดิม 11.24-13.91% โดยอัตราดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
ส่วนของผู้ขายทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มมอลล์ อัตราค่าธรรมเนียมปรับขึ้นสูงสุด 2% เช่นกัน ทำให้หมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ปรับเป็น 5.89-12.31% จากเดิม 5.35-10.70%, หมวดหมู่แฟชั่นปรับเป็น 8.03-13.38% จากเดิม 8.03-11.77%, หมวดหมู่สินค้าอุปโภคบริโภคและหมวดหมู่อื่นๆ ปรับเป็น 12.31% จาก 10.70% และหมวดหมู่ไลฟ์สไตล์ปรับเป็น 9.63-12.31% จากเดิม 8.03 -10.70%
ด้านค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตแบบผ่อนชำระ ซึ่งเรียกเก็บจากการที่ผู้ซื้อได้ชำระค่าสินค้าสำเร็จโดยการใช้บัตรเครดิตของผู้ซื้อ และผ่อนผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นของช้อปปี้นั้น จะจัดเก็บจากผู้ขายเพิ่มขึ้น ดังนี้ ผ่อนชำระ 3 เดือนเพิ่มจาก 4% เป็น 5%, ผ่อน 6 เดือน เพิ่มจาก 5.5% เป็น 6.5% และผ่อน 10 เดือนขึ้นไป เพิ่มจาก 6% เป็น 7%
ขณะที่ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่าน SPayLater ที่เรียกเก็บจากการที่ผู้ซื้อได้ชำระค่าสินค้าสำเร็จ โดยวิธีการชำระด้วย SPayLater ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นของช้อปปี้นั้น จะจัดเก็บจากผู้ขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1%
อย่างไรก็ตาม ด้านกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ไม่ใช่ประเด็นการจำหน่ายสินค้า จึงไม่เข้าข่ายการกำกับดูแลภายใต้พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 แต่เป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน คือ ช้อปปี้ กับ ร้านค้าที่จะเข้าไปขายในช้อปปี้ ซึ่งเป็นเรื่องของสัญญาการทำธุรกิจ หากร้านค้าเห็นว่าสัญญาไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนไปที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในเรื่องข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
นอกจากนี้ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าพ.ศ.2560 ออกประกาศ เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือลดการแข่งขัน ในธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสามารถดูแลพฤติกรรมทางการค้าของแพลตฟอร์มได้
ขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้มีคู่มือให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มออนไลน์ แจ้งข้อมูลทางการค้า ซึ่งหากพบข้อมูลว่าเข้าข่ายมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรม ก็จะส่งให้ สำนักงาน กขค. พิจารณา ดังนั้น การค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม ถือได้ว่ามีหน่วยงานเฉพาะดูแลอยู่แล้ว