
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบอร์ดบีโอไอ ว่าที่ประชุมได้วางยุทธศาสตร์เชิงรุกผ่านกลไก “Thailand FastPass” เพื่อเร่งรัดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็วที่สุด โดยเน้นการขจัดอุปสรรคสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานและข้อจำกัดทางกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ
นายนฤตม์ระบุว่า ปัจจุบันโครงการในเฟสแรก 16 โครงการ มูลค่ารวม 170,000 ล้านบาท ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนครบทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ บีโอไอยังติดตามโครงการใหญ่สะสมปี 2566–2568 อีก 78 โครงการ มูลค่ารวม 480,000 ล้านบาท ซึ่งหากปลดล็อกปัญหาด้านไฟฟ้าและที่ดินได้สำเร็จ คาดว่าจะเกิดเม็ดเงินลงทุนจริงหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยเพิ่มอีก 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
ในการประชุมครั้งนี้ บอร์ดบีโอไอยังได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาคอขวด 2 ด้านหลัก คือ ด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับกลุ่ม Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว 55 โครงการ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 4.5 กิกะวัตต์ โดยมอบหมายให้ กกพ. บูรณาการแผนบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอและยั่งยืน และด้านการจัดหาพื้นที่ลงทุน โดยเร่งทบทวนผังเมืองและปรับปรุงกฎหมายที่ดินสาธารณสมบัติในนิคมอุตสาหกรรมให้เสร็จภายใน 1 ปี พร้อมเตรียมออกประกาศแนวทางปฏิบัติการขุดและถมดินในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเริ่มเตรียมพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมอนุมัติโครงการเช่าเครื่องบินใหม่ 8 ลำ ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มูลค่าลงทุนรวม 7,143 ล้านบาท เพื่อเสริมแกร่งเส้นทางบินระหว่างประเทศ พร้อมทั้งผ่อนผันสัดส่วนการจ้างงานบุคลากรไทยในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนดเงื่อนไขให้มีการฝึกอบรมพนักงานไทยทดแทนภายในระยะเวลา 3 ปี