สุดอั้น! ผู้ผลิตรายใหญ่แจ้งลูกค้าจะปรับขึ้นราคาขาย เม.ย.นี้ พาณิชย์ถกเอกชนทำสินค้าราคาธงฟ้า

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สุดอั้น! ผู้ผลิตรายใหญ่แจ้งลูกค้าจะปรับขึ้นราคาขาย เม.ย.นี้ พาณิชย์ถกเอกชนทำสินค้าราคาธงฟ้า

Date Time: 20 มี.ค. 2569 06:00 น.

Summary

ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายแจ้งปรับขึ้นราคาตั้งแต่เม.ย. 69 อ้างอิงจากผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

  • กระทรวงพาณิชย์หารือผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางตรึงราคาและจัดหาสินค้าราคาพิเศษ
  • กระทรวงฯ เร่งหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบทดแทนเพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดแคลน
  • สินค้าควบคุม 8 รายการต้องขออนุญาตปรับราคาก่อน ยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอ
  • รมว.พาณิชย์สั่งกรมการค้าภายในประชุมด่วนกับผู้ผลิต ยืนยันยังไม่มีการขึ้นราคาในช่วงนี้

Latest

เอ็กซ์เผิงตอกย้ำเชื่อมั่นไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายราย ได้ทำหนังสือถึงลูกค้า เพื่อแจ้งการปรับขึ้นราคาจำหน่ายสินค้าตั้งแต่เดือนเม.ย.69 เพราะผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น จนกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า และต้นทุนค่าขนส่ง รวมถึงการขาดแคลนวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ว่า กระทรวงพาณิชย์เข้าใจสถานการณ์การผลิต และการค้าสินค้าในประเทศเป็นอย่างดี จึงได้หารือกับผู้ประกอบการ และผู้ผลิตอย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหากลไกในการปรับราคาขายของสินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุม 59 รายการ ภายใต้พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

ขณะเดียวกัน ยังได้หารือถึงแนวทางการจัดทำสินค้าราคาพิเศษในหมวดของใช้จำเป็น เพื่อส่งให้ผู้ค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศ นำไปกระจายสู่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ในราคาพิเศษ รวมถึงในบางพื้นที่ที่เปราะบาง กระทรวงพาณิชย์จะจัดทำโครงการธงฟ้าราคาประหยัด หรือรถโมบายธงฟ้าขายสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดเข้าไปในพื้นที่เป็นช่วงๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

สำหรับวัตถุดิบบางอย่างที่ใช้ในการผลิตสินค้า และต้องนำเข้า แต่อาจมีปัญหาในการนำเข้านั้น กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งเจรจาเพื่อหาแหล่งนำเข้าอื่นทดแทนเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ผลิตยังสามารถผลิตสินค้าได้ และไม่เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนในประเทศ

“ปัจจุบันมีสินค้าควบคุม 8 รายการ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ ที่หากจะปรับราคา ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน และกรมจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุนก่อนการอนุญาตนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคา ส่วนสินค้าควบคุมในหมวดที่ต้องแจ้งราคาเมื่อมีการปรับขึ้นราคา เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า แชมพู น้ำยาล้างจาน ฯลฯ รวมถึงสินค้าที่อยู่ในกลุ่มติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำปลา และซอสปรุงรส ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเสนอขอปรับขึ้นราคาเช่นกัน โดยหากมีการปรับราคา กระทรวงจะเข้าไปหารือและขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังไม่ได้ปรับเพิ่มในระดับสูง”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในประเทศหลายราย เช่น บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นต้น ได้ทำหนังสือแจ้งลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการห้างขายปลีก ขายส่ง ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ว่า ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดนั้น ส่งผลให้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่ง และค่าบรรจุภัณฑ์ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคทุกกลุ่มที่บริษัทเหล่านี้ผลิต โดยคาดว่าผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย.69 เป็นต้นไป จึงอาจต้องปรับขึ้นราคาจำหน่ายตั้งแต่เดือนเม.ย.นี้

นอกจากนี้ บางบริษัท อาจมีข้อจำกัดในการผลิตและจัดส่งสินค้า ทำให้ปริมาณสินค้าที่พร้อมจำหน่ายลดลงจากปกติ อีกทั้งการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าอาจล่าช้ากว่ากำหนด และยังไม่สามารถประเมินหรือคาดการณ์ได้ว่าผลกระทบดังกล่าวจะสิ้นสุดเมื่อใด ส่วนบางบริษัท อาจมีปัญหาด้านบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดพลาสติก พลาสติก ที่อาจทำให้การส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าตั้งแต่เดือนเม.ย.นี้เป็นต้นไปมีโอกาสขาดส่งได้ ขณะที่บางบริษัท ได้เร่งผลิตสินค้าในทุกกลุ่มและเพิ่มระดับ Safety Stock ในช่วงเดือนมี.ค.นี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนบริหารสต็อกและจัดเก็บสินค้าเพิ่มเติมได้ก่อนที่ต้นทุนสินค้าอาจปรับเพิ่มขึ้นในเดือนเม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ทุกบริษัทได้แจ้งให้ลูกค้าเร่งเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว และเพื่อทำให้สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 19 มี.ค. 69 นางศุภจี ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเรียกผู้ผลิตสินค้ารายสำคัญกว่า 10 รายประชุมด่วนเพื่อรับฟังปัญหาและชี้แจงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการหารือได้รับยืนยันจากผู้ผลิตสินค้าทุกรายว่า จะยังไม่มีการขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ โดยหนังสือที่ส่งไปแจ้งลูกค้านั้น เพื่อให้เตรียมปรับตัวล่วงหน้ารับสถานการณ์ ซึ่งกรมได้ย้ำว่า ในส่วนต้นทุนผลิตสินค้าสต็อกเก่าจะต้องตรึงราคา และไม่ปรับขึ้นอย่างน้อยไปจนถึงเดือนเม.ย. นี้ หลังจากนั้นจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน กรมได้รับฟังปัญหาต้นทุนการผลิตจากเอกชน โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ที่กังวลว่าอาจจะขาดแคลนและราคาสูงจนทำให้กระทบต่อราคาสินค้าปลายทาง ดังนั้น กรมจะเข้าไปตรวจสอบวัตถุดิบพลาสติกทุกช่วงพร้อมกับหาแนวทางการเชื่อมโยงแหล่งวัตถุดิบให้ผู้ผลิตมีเพียงพอและราคาเหมาะสม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ